“..นี่นายคิดดูดีดีนะ วันนี้นายทำงานงกงก ตัวเป็นเกลียว ก็เอาเงินส่งลูกเรียนหนังสือและหวังเก็บเอาไว้เที่ยวยามแก่เฒ่าใช่ไหม ตอนปลดระวางตัวเอง ระวังว่าจะไม่ได้เที่ยวนะ เพราะเมื่อถึงตอนนั้น นายจะต้องเอาเงินที่มีทั้งหมดมารักษาตัว เพราะนายเจ็บป่วย

เมื่อพูดถึงสุขภาพร่างกาย ตอนเป็นหนุ่มสาว(แสดงว่าตอนนี้แก่เฒ่าแล้ว) เราก็สมบุกสมบันเต็มที่ ขึ้นเขาลงห้วย จนภรรยาผมเท้ามีปัญหา หัวเข่ามีปัญหา ก็ไปทำงานนั่นแหละ เธอก็แบบ ร่างกายช่างมันเอางานไว้ก่อน ผมละคอยหยิกตัวเองไว้ กลัวจะพูดอะไรไปแล้วเธอประกาศปิดตายห้องครัวผมจะตายก่อนเพราะฝีมือเธอเป็นเลิศเรื่องทำอาหารน่ะซีครับ    

วันนี้ผมได้เข้าไปเยี่ยมน้องดอกแก้วที่ http://gotoknow.org/blog/dekrakpa/90498  ซึ่งน้องดอกแก้วเล่าถึงการไปฟังคุณหมอเจคอบ บรรยาย   ผมสนใจสิ่งที่น้องดอกแก้วนำมาเผยแพร่ คือ คุณหมอกล่าวว่า 

 คุณไม่มีสิทธิ์ ที่จะทำอะไรให้ร่างกายของเราไม่สะอาด  ร่างกาย เป็นของขวัญที่เขาให้เรามา

“  รู้มั้ย ว่า ระบบย่อยของเรา มีอะไรบ้าง และทำงานหนักแค่ไหน เราไม่ค่อยให้ระบบย่อยเราพักผ่อนเลย 

 ……. “ เมื่ออาหารที่เรากิน ส่งมาถึงกระเพาะ ระบบย่อยจะใช้เวลา 4-5 ช.ม. ในการย่อยและส่งต่อไปที่ ลำไล้เล็ก ๆ ซึ่งจะทำงานอีก 4-5 ชั่วโมง จากนั้นส่งต่อไปที่ สำไส้ใหญ่ ๆจะทำการย่อยอีก  4-5 ช.ม.  รวมแล้ว  อาหารมื้อหนึ่ง ต้องใช้เวลา ย่อย รวมแล้ว กี่ ช.ม.  

โอโฮ ร่างกายเราทำงานหนักจริงๆ ไม่สงสารร่างกายเราบ้างหรือไง ผมคิดในใจวันเดียวกันนี้ ผมเข้าไปเยี่ยมคุณหมอวัลลภ พรเรืองวงศ์ ที่  http://gotoknow.org/blog/health2you/90465ท่านอธิบายเรื่องการทานข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีท ซึ่งหลายท่านก็หันมาทานประจำกันแล้ว ที่บ้านผมก็เช่นกัน  ที่บ้านผมไม่ซื้อขนมปังขาวมาทานเลยซื้อแต่โฮลวีทตลอด และชอบที่จะไปซื้อแบบต้นฉบับที่เขาทำขายแบบเรียกว่า “rich grain” แต่ราคามันแพง ผมเรียนกับคุณหมอว่า แม้ว่าแพงผมก็ยอมลงทุนเพื่อสุขภาพ ผมเองชอบที่คุณหมอตอบผมครับว่า

  • การลงทุนเพื่อสุขภาพนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะวัยทำงาน + วัยเกษียณเป็นวัยที่คนเราทำประโยชน์ให้สังคม + บ้านเมืองได้มาก 
  • คนที่ใส่ใจสุขภาพดีมีส่วนช่วยชาติประหยัดค่าใช้จ่ายสุขภาพได้มากมายมหาศาลทีเดียว... 

ผมเรียนกับคุณหมอว่าผมไม่เคยคิดมุม การช่วยชาติจากการรักษาสุขภาพ นี้มาก่อนเลยครับ เมื่อคุณหมอกล่าวมาเช่นนั้นมันเพิ่มความตระหนักมากขึ้นหลายเท่าตัว และก็อยากจะให้ทุกท่านได้เรียนรู้สิ่งนี้ด้วยครับ นอกจากนี้คุณหมอยังกล่าวอีกว่า

  • ถ้าได้ลงแรง ลงทุนหน่อย... มีแนวโน้มว่า จะดีในระยะยาว
  • ดูเหมือนท่านอาจารย์ประเวศ วะสีจะกล่าวหลายครั้งว่า เงินที่สะสมมาตลอดชีวิตคนอเมริกันใช้ไปตอน 6 เดือนสุดท้าย (ป่วย) ประมาณ 75% ของเงินออมทั้งหมด
  • ถ้าลงทุนสุขภาพตอนนี้ และทำอย่างสม่ำเสมอ... เงินออมนี้จะมีการสะสม สืบต่อไปยังคนรุ่นต่อๆ ไปครับ

 ผมใช้เวลามานั่งทบทวนร่างกายผมเอง การใช้งาน การพักผ่อน ฯลฯ โดยมีคุณแม่เป็นครูอยู่ในห้อง คือท่านอายุ 97 ปี นอนแบบบนเตียงมา 8-9 ปีแล้ว เข้าๆ ออกๆที่โรงพยาบาลขอนแก่นราม จนทั้งคุณหมอ พยาบาล โดยเฉพาะพนักงานที่มารับคุณแม่รู้จักกันอย่างสนิทสนมกันไปเลย เจ้าของครัวที่บ้านก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่องานในหน้าที่รับผิดชอบ จนที่นอนของเธอคือเก้าอี้หน้าเครื่องคอมตัวโปรด   

ผมทบทวน คำพูดคุณหมอเจคอบ ที่น้องดอกแก้วกล่าวถึง คุณหมอวัลลภ พรเรืองวงศ์ โดยเฉพาะที่กล่าวถึงคุณหมอประเวศ วะสี  

ผมนึกถึงเพื่อนรักผมคนหนึ่ง (ท่านประธานที่เคารพ..ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม..) คุณสง่า ดามาพงษ์ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย(ถ้าอ้างผิดขออภัยด้วยครับ) กล่าวกับผมมานานพอสมควรว่า   

..นี่นายคิดดูดีดีนะ วันนี้นายทำงานงกงก ตัวเป็นเกลียว ก็เอาเงินส่งลูกเรียนหนังสือและหวังเก็บเอาไว้เที่ยวยามแก่เฒ่าใช่ไหม  ตอนปลดระวางตัวเอง  ระวังว่าจะไม่ได้เที่ยวนะ  เพราะเมื่อถึงตอนนั้น นายจะต้องเอาเงินที่มีทั้งหมดมารักษาตัว  เพราะนายเจ็บป่วย   เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น เพื่อนผมลากเสียงยาวววว นายไปลดความอ้วนลงมา 10 % และรักษาสุขภาพดีดี.. นี่เรารักเพื่อนนะ....  

ท่านครับ เมื่อเราสูงอายุขึ้น (บ่ายแก่ๆ)ก็จบลงที่สุขภาพ