บัลลังก์ยึดได้ก็จริง แต่จิตใจคน ไม่อาจยึดครองได้

saodong

ซอดองโย ตอน โค่นบัลลังก์บูยอซุน

ตอนนี้กล่าวถึง ตอนที่อาชาง (ตัวเอกของเรื่อง ต่อมาได้ครองราชย์ เปลี่ยนชื่อ เป็น พระเจ้ามู) ยกทัพเข้าวังหลวง พระสนมและแฮโดชูตัดสินใจให้ความช่วยเหลือองค์หญิงบูยอวูยง เพื่อจะได้ดำรงสกุล จองต่อไป ชนชั้นสูงต่างพากันสวามิภักดิ์ต่ออาชาง ด้วยเหตุนี้ในวังหลวงจึงไม่มีการนองเลือด ทำให้สามารถโค่นบังลังก์ของบูยอซุน ต่อมาบูยอซุนและฮึกจีเพียงถูก ควบคุมตัวออกจากวังหลวงเพื่อรอการตัดสินลงโทษจากชาวเมือง ระหว่างที่อยู่ในที่คุมขัง บูยอซุน ได้กล่าวเป็นข้อความที่น่าคิดดังนี้ :

เจ้าชายอะจาเป็นรัชทายาท คิดว่า เมื่อครองราชย์แล้ว จะทำอะไร

ตัวเรา คิดแต่ว่าทำอย่างไร จะได้ครองราชย์

เจ้าชายอะจา ปูทาง วางรากฐาน การปกครองไว้ เพื่อการครองราชย์

ตัวเราเป็น เชื้อพระวงศ์ คิดแต่ว่า เมื่อครองราชย์แล้ว ทำอย่างไร ที่จะรักษาอำนาจไว้

เจ้าชายอะจา สามารถครองจิตใจของประชาชน

ตัวเรา ยึดบัลลังก์ ได้ก็จริง แต่ไม่สามารถยึดครองจิตใจประชาชนได้

จากคำกล่าวนี้ ทำให้ได้สาระจากการเป็นผู้นำ ที่น่าสนใจว่า

การอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดียวกัน

แต่คนหนึ่งมีการวางแผนงานสำหรับอนาคต เพื่อส่วนรวม

ในขณะที่อีกคน คิดถึงการที่จะรักษาไว้ ซึ่งตำแหน่งและอำนาจของตนเองเท่านั้น

ก็จะมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน