GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สมุทรปราการย้ำจำ

จริงๆ แล้ว หากพิจารณาถึงคำว่า "สมุทรปราการ" ก็น่าจะเข้าใจแล้วว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่มีสมุทรคือทะเลหรือน้ำเป็นป้อมปราการ ซึ่งอาจจะล้อมรอบก็ได้ เป็นกำแพงสมุทรกั้นฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ได้ และแล้ววันนั้นเราก็พบสมุทรปราการจริงๆ

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้เขียนบันทึกได้ออกจากมหาวิทยาลัยประมาณ ๐๙.๓๐ น. โดยมี อุ๋มจังมารับที่หน้ามหาวิทยาลัย เพื่อไปรับ อ.ภีมที่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกทอดหนึ่ง คณะเราออกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เวลา ๑๐.๓๐ น. ถึงที่เป้าหมายตำบลในคลองบางปลากดเวลา ๑๒.๓๐ น. โดยมี เบียร์จัง คอยต้อนรับด้วยความกระวนกระวายใจ ดูแล้วไม่น่าจะใช้เวลาถึง ๒ ชั่วโมงในการเดินทาง

ตำบลในคลองบางปลากด จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งแรกที่ฟังชื่อตำบลก็แปลกใจอยู่แล้ว ตำบลในคลอง.... คล้ายๆ กับว่าที่ตั้งแห่งนี้อยู่ในคลอง และเราก็พบว่า วันที่เราเดินทางไปถึงวันนั้น เป็นคลองจริงๆ น้ำท่วมรถเข้าไปไม่ได้ ถึงกับต้องเลี่ยงเส้นทางอื่น แต่นั้นแหละ กว่าเราจะไปถึงที่หมายได้ มีสิ่งน่าเก็บไว้ในความทรงจำดังนี้คือ

   ๑. ด้วยความไม่ชินกับเส้นทาง ขณะที่หาทางจะเลี่ยงน้ำท่วมเพื่อไปที่จุดเป้าหมาย อุ๋มจัง และความเห็นของเราอีก ๒ คน ทำให้เราหลงทางไปสะพานพระราม ๒ โน่นแหละ และหลงไปทางสมุทรสาครอีก กว่าจะวกกลับมาที่เดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร โอ... พระประแดงจ๋า

  ๒. งานวิจัยนี้ นอกจากพวกเราซึ่งมีเบียร์คุงเป็นหัวหน้าโครงการแล้ว เบียร์คุงยังให้แม่และครอบครัวช่วยอีกด้วย อย่างเช่นครั้งนี้ เบียร์คุงให้แม่ช่วยนำทางลัดเลาะให้พวกเราไปถึงที่หมายได้

  ๓. รถกลายเป็นเรือได้ จากที่ผมนั่งในรถของ อุ๋มจัง ทำให้ผมคิดถึงที่บ้านทันทีว่า เหมือนนั่งอยู่ในเรือเลย อย่างเช่น ได้ยินเสียงใต้ท้องรถกระทบกับคลื่นที่ถูกปะทะจากรถคันอื่นดังครึกกกก ๆ ๆ เหมือนคลื่นในทะเลที่กระทบซึกข้างเรือไฉนฉะนั้น

  ๔. ข้อคิดจาก อ.ภีมที่พูดออกมาในรถระหว่างเดินทางบนทะเลคือ "งบประมาณที่ลงไปพัฒนาแต่ละที่ รั่วไหลไปเยอะ นี่ถ้าไม่รั่วไหล ประเทศคงพัฒนาไปได้มากกว่านี้" ผมพูดต่อว่า "สิ่งที่คนเหล่านี้ขาดมีเพียงอย่างเดียว...." แต่ผมก็ไม่ได้พูดต่อ เพียงแต่ให้คำตอบในใจว่า "มโนธรรม" และวงเล็บตัวใหญ่ในใจว่า (ความซื่อสัตย์และความเสียสละ)

   จากข้อคิดนี้ ทำให้ผมนึกถึงพระราชดำรัสของในหลวง..ตอนหนึ่งที่พระองค์ตรัสถึงการลงทุน ๑๐๐ ล้าน และ๑ปีผ่านไป พระองค์ก็ได้กลับคืนมา เพียงแต่สิ่งที่ได้กลับไม่ใช่เม็ดเงิน หากแต่ความสุขสบายของประชาชนและความรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ....เนื้อหาส่วนนี้ ผมได้คุยกับเบียร์จัง และเบียร์จังก็คุยกับผม เบียร์จังพูดถึงว่า กรมชลประทาน จะสร้างอะไรต้องลงทุนเป็นพันล้าน แต่ในหลวงลงทุนเพียงร้อยล้าน ทั้งที่เป็นโครงการที่มีรายละเอียดเดียวกัน" เราพูดคุยกันเราเข้าใจกันว่าหมายอะไร ผมสมทบต่อว่า คนที่ผันงบประมาณของประเทศก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนี่ ฟังในหลวงตรัสแล้วรู้สึกอับอายจริงๆ" คล้ายๆ กับในองค์กรที่มีคนหลากหลาย คนที่ทำงานก็ทำไป คนที่ไม่ทำก็ไม่ทำ คนที่เอาเปรียบผู้อื่นก็มีอยู่ คนที่อาศัยผู้อื่นมีชีวิตก็มีอยู่ คนที่จะทำทุกอย่างก็ต่อเมื่อมีประโยชน์ร่วมกันถึงจะทำก็มีอยู่ฯลฯ เราคงไม่ปล่อยให้ในหลวงเหนื่อยเพียงพระองค์เดียวหรอก

  ๕. สอบถามจาก เบียร์คุงได้ความว่า ตอนนี้เรากำลังสร้างถนนใหม่เพื่อไม่ให้น้ำท่วมถนน (แต่คงท่วมบ้านเรือนชาวบ้านแน่ๆ เมื่อมีถนนสูงกั้น) ระยะทางแปดกิโลเมตร ข้างละ ๓ ช่องทาง ด้วยงบประมาณ ๕๖๐ ล้าน (เฉพาะถนนยังไม่คิดท่อแก๊ส ประปา ไฟฟ้าฯลฯ) จะดีมากหากเงินนี้ไม่รั่วไหล ข้อคิดตรงนี้ ทำให้ผมคิดว่า เราจะให้ชุมชนซื่อสัตย์ต่อชุมชนได้อย่างไรกัน ในเมื่อแต่ละคนมุ่งหวังที่จะได้ผลต่างจากส่วนที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนคนที่เสียสละจริงก็รู้สึกเบื่อหน่ายต่อบุคคลเหล่านั้นมีอันต้องถอยหลังและขอไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 9035
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)