เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย (3)

ได้พบกับDr. David Campbell เป็นประธานราชวิทยาลัย (President) Australian College of Rural and Remote Medicine (ACRRM)

 เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย (3) 

         วันแรกในซิดนีย์วันที่ 18พฤศจิกายนหลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแบบทางการแล้วประมาณ 4 โมงครึ่งตอนเช้าทางเดวิด บริ๊กก์และจอห์น เฟรเซอร์ได้มารับพาเดินไปที่โรงพยาบาลซิดนีย์เพื่อเข้าพบกับประธานวิทยาลัยนักบริหารระบบบริการสุขภาพของออสเตรเลีย(Australian College of Health ServiceExecutives)และร่วมพิธีมอบครุยสมาชิกกิตติมศักดิ์ของวิทยาลัยให้แก่อธิการบดีและร่วมงานเลี้ยงรับรองมื้อเที่ยงพอเดินถึงโรงพยาบาลทางผู้อำนวยการ (NationalDirector) คุณBill Lawrenceทีมจากเมืองไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นทุกคนได้รับแจกตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยได้พบกับDr. David Campbellเป็นประธานราชวิทยาลัย (President)Australian College of Rural and RemoteMedicine (ACRRM) รวมทั้งคุณDi Wyatt ซึ่งเป็นProfessional Development Manager ของ Professional Development Program ของ ACRRMและProfessor Dr. MichealKid ประธานราชวิทยาลัย Australian College ofGeneral Practitioner ซึ่งมีบทบาทในระบบบริการสุขภาพมากได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กันเป็นเครือข่าย(Network)ในอนาคตโดยเฉพาะกับราชวิทยาลัยGPและRural& Remote Medicineหลังจากนั้นจะมีพิธีมอบความเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัยนักบริหารฯ(HonoraryFellowship of the College)ให้แก่อธิการบดีโดยคุณSally torr และมีการกล่าวสุนทรพจน์ของอธิการบดีต่อจากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเสร็จสิ้นภารกิจประมาณบ่ายสามโมงเย็น 

     ได้เดินกลับโรงแรมที่พักเปลี่ยนชุดออกไปเดินชมเมืองใกล้ๆโรงแรมถนนหนทาง บ้านเมือง ศูนย์การค้าเช่น Queen VictoriaBuilding , David Jones หลังจากนั้นกลับโรงแรมที่พัก ประมาณ18.30 น.ได้คณะได้ออกไปร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหารไทยใกล้ๆโรงแรมคือร้านThaiPrincess Restaurant ติดต่อได้ที่ www.thaiprincess.com.auโดยมีเจ้าของร้านเป็นคนไทยชื่อคุณสุภาภรณ์ อรรถเวชกุล มีชื่อฝรั่งว่าMrs. Sue Sheehan มีสามีเป็นชาวออสเตรเลียคุณซูเป็นน้องสาวของคุณหมอวิทิต อรรถเวชกุลผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นคนมีอัธยาศัยใจคอดีมาก ร่าเริงแจ่มใสมีนักศึกษาชาวไทยประมาณ 2-3 คนที่มาศึกษาปริญญาโทมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ ทำงานไปเรียนไปด้วย ร้านอาหารนี้เปิดสองมื้อ อาหารกลางวัน 11โมงเช้าถึง 3 โมงเย็นจันทร์-ศุกร์ส่วนอาหารเย็นเปิด 5 โมงครึ่งถึง4 ทุ่มครึ่ง รสชาติอาหารไทยก็อร่อยมาก ประมาณ 3ทุ่มก็ทานอาหารเสร็จและออกไปเดินเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองซิดนีย์ตอนกลางคืนไปแถวย่านKingcrossจะมีร้านขายของที่สะดุดตาก็คือมีร้านเที่ยวสำหรับผู้ใหญ่คล้ายๆย่านพัฒน์พงศ์มีเต้นโชว์แบบนุ่งน้อยห่มน้อย แต่มีจำนวนร้านน้อยกว่าผมไม่ได้เข้าไปดูเพียงแต่เดินผ่านหน้าร้าน มีร้ายขายสินค้าทางเพศสำหรับผู้ใหญ่ชื่อร้านAdultshop ซึ่งจะมีอุปกรณ์ช่วยทางเพศจำหน่ายทั้งหนังสืออุปกรณ์ทั้งของเพศชายและหญิง ประมาณ 5ทุ่มก็กลับเข้าที่พักที่โรงแรมโบลิวาร์ด

          

ผมพักอยู่ชั้น 11 ในจำนวน 25 ชั้นอยู่ห้อง 1111

เป็นตัวเลขที่สวยมาก ห้องพักเป็นห้องเดี่ยวแต่เป็นสองเตียง สะอาด ดูดี

ไม่มีกลิ่นควันบุหรี่เพราะเลือกอยู่ห้องแบบไม่สูบบุหรี่

ห้องไม่ใหญ่มาก ตอนแรกเขาบอกว่าจะเลือกห้องที่เป็นแบบBay viewให้

แต่เนื่องจากเราขอเข้าก่อนบ่ายโมงเขาจึงจัดห้องที่ว่างให้ก่อน

พออยู่ในห้องก็เจอปัญหาว่าปลั๊กไฟที่ออสเตรเลียจะมีลักษณะเฉพาะทำให้ไม่สามารถที่จะชาร์ตไฟกล้องถ่ายรูปหรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้

ต้องใช้แบตเตอรี่ในเครื่องทำให้ไม่สะดวก

ต้องไปยืมปลั๊กจากพี่ๆที่เคยมาออสเตรเลียแล้ว

 
         

สิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจก็คือทำอย่างไรเราจะสามารถจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ชนบทขึ้นในเมืองไทยได้และผลักดันให้เกิดแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ชนบท(Rural

Medicine) เพื่อจะได้มีมืออาชีพมาดูแลประชาชนในชนบทได้

ซึ่งคงจะต้องอาศัยความร่วมมือกันหลายฝ่าย

หลายระดับเพื่อก่อให้เกิดสุขภาพของคนชนบทหรือ Rural

Health

The Sydney Boulevard Hotel

Sydney, Australia

18 November 2005

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย



ความเห็น (0)