วันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลเด็ก เริ่มต้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ฝนตกหนัก มากๆ ตั้งแต่เที่ยงๆ (นึกว่าจะไม่ได้ไปซะแล้ว) สุดท้ายฝนก็หยุดตก วันนี้เราแบ่งงานกันออกเป็น สามหน่วย แต่ละหน่วยเข้าไปปฎิบัติงานตามกลุ่มเป้าหมายที่ได้วางไว้
สำหรับตัวฉันเองได้ไปที่ตึก ม.6ก ตึกเดิมที่เคยไปทำกิจกรรม พอไปถึงเราก็เข้าไปสวัสดีพวกพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกคน พี่ยิ้มแย้มให้เรา (ยิ้มจากใจค่ะ) วันนี้มีผู้ป่วยเด็กน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สี่คนเท่านั้น มี 2 คนที่มาร่วมกิจกรรมกับเรา ส่วนอีกสองคน ไม่สามารถลงจากเตียงได้ และกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่
น้องแซมเจ้าเก่า ตอนที่พวกเราไปถึงน้องนอนอยู่บนเตียงคนเดียว จึงถามน้องว่า “คุณแม่ไปไหนครับ” น้องตอบว่า “คุณแม่ไปทานข้าวและซื้อขนมให้ผมครับ”ฉันจึงได้นั่งทำกิจกรรมกับน้องที่เตียง ประกอบด้วยการ ระบายสี และเล่านิทานให้น้องฟัง สักพักแม่ของน้องก็กลับมา ในมือหิ้วถุงพะรุงพะรังงก็เป็นขนมของลูกชายทั้งนั้น ฉันเห็นน้องยิ้มอย่างมีความสุข และรับขนมมาจากแม่ด้วยความดีใจ ฉันก็นั่งคุยกับน้องต่อ น้องคุยให้ฉันฟังว่า อีกไม่กี่วัน ลุงหมอก็จะเอา อุปกรณ์ที่ใช้ในการยืดกระดูกออกแล้ว และเข้าเผือก จากนั้นก็กลับบ้านได้ น้องยิ้มอย่างมีความสุข น้องคงอยากกลับบ้านมากๆ น้องก็เล่าเรื่องเล่นน้ำสงกรานต์ให้ฉันฟัง ว่าน้องเคยเล่นน้ำเพื่อนๆสนุกมากเลย เดี๋ยวคุณแม่จะซื้อปืนฉีดน้ำให้หลังออกจากโรงพยาบาล แล้วเค้าจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ นั่งคุยกันสักพัก ฉันก็ชวนน้องไปทำกิจกรรมร่มกับเพื่อนวหัวเราะอย่างมีความสุข สักพักคุณแม่ของน้องแซมก็เข้ามาร่วมวงด้วย
นั่งเล่นกันไปได้อีกประมาณ 15 นาทีก็มีพี่เจ้าหน้าที่ ถือสมุดภาพ และ และเอาตุ๊กตาหุ่นยางไดโนเสามาให้น้องๆเล่น ร่วมวงสนทนากันสักพักพี่เจ้าหน้าที่ก็ออกไปทำงานต่อ จากนั้นๆน้องก็ปั้นรูปไดโนเสาตามสมุดภาพ
อีกสักพักใหญ่ๆ มีน้องเด็กป่วยมาเพิ่มอีก2 คน
มีน้องคนหนึ่ง ชื่อน้องแอ๋ม(น้องน้อยผู้น่าสงสาร) ฉันเห็นน้องทุกครั้งที่ฉันไปทำกิจกรรม ฉันพยายามที่จะเข้าไปทำกิจกรรมกับน้อง แต่น้องไม่ยอมให้ฉันเข้าไปใกล้เลย ฉันสอบถามแม่ของน้องดู ก็ได้ว่าคำตอบว่า น้องไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้เลย นอกจากญาติพี่น้องที่คุ้นเคยเท่านั้น น้องดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเองมากเลย คงเป็นเพราะสภาวะเครียดที่ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน และไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเด็กปกติได้ ส่วนตัวแม่ของน้องเองก็เกิดภาวะเครียดเช่นกันเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ น้องจะกลับมาหายเป็นปกติ ซึ่งน้องนอนรักษาตัวที่นี่นานหลายเดือนแล้ว
สำหรับตัวฉันเองในเวลานี้ที่ทำได้ก็คือ เป็นผู้รับฟังที่ดี รับฟังปัญหาทุกอย่างที่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กป่วย ระบาย ให้ฉันฟัง ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งฉันจะทำได้มากกว่าการนั่งฟังญาติผู้ป่วยระบายความทุกข์ให้ฟังอย่างเดียวเท่านั้น
ขอบคุณลังใจสำหรับกำลังใจที่มอบให้ค่ะ