ใครว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น

    ผมไม่ได้มาเพิ่มบันทึกใน blog นี่เสียเนิ่นนาน เพราะมัวไปเขียนบันทึกอื่นเสียมาก เลยห่างหายไปกับเรื่องการลงทุน

    อาจจะเพราะตลาดหุ้นช่วงนี้ซบเซา บันทึกใน blog นี้เลยพรอยซบเซาไปกับเค้าด้วย อิอิ แต่ความจริงเพราะผู้เขียนไม่ค่อยมีเวลาต่างหาก และลืมเรื่องการลงทุนไปซะสนิทใจ

   วันนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเล่นหุ้นต่อ เพราะเนื่องจากไปแวะเวียนในหลายๆบันทึก มักมีคนตั้งข้อสงสัยกับชื่อ "นักลงทุนเงินน้อย" และเมื่อมาอ่านในบันทึกอื่นๆของผมก็พบว่า ผมลงทุนในหุ้นด้วย เลยยิ่งสงสัยว่าจะมีเงินน้อยได้อย่างไร

   คำตอบของผมคือ ผมมีเงินน้อยจริงๆ แต่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหุ้นไม่จำเป็นต้องมีเงินเป็นแสนเป็นล้าน ก็สร้างผลตอบแทนให้คุณได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ได้แล้วครับ

   วันนี้เลยจะเล่าว่าเราจะลงทุนในหุ้นได้อย่างไร เอาแบบง่ายๆ และลูกทุ่งหน่อย เพราะอ่านในเวปทางการต่างๆของตลาดหลักทรัพย์แล้วบางท่านอาจจะงง มาเริ่มเลยดีกว่านะครับ

  1. ก่อนเราจะเริ่มลงทุนในหุ้น คงต้องถามตัวเองก่อนเลยนะครับว่า เรายอมรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน ขนาดที่ว่าเงินที่ลงทุนไปอาจไม่ได้คืนกลับมาเลย ยอมรับได้หรือเปล่า ถ้ายอมรับได้ก็ลุยข้อ 2 ครับ

  2. สำรวจเงินที่คุณมี และแบ่งออกมาลงทุน โดยแบ่งเงินที่คุณมีทั้งหมดออกเป็นสามส่วนก่อนนะครับ ส่วนแรกเงินหมุนเวียนที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนที่สองเงินออมเอาไว้ยามฉุกเฉิน และสามส่วนที่จะใช้ลงทุน ซึ่งส่วนลงทุนโดนส่วนตัวผมคิดว่าไม่ควรเกิน 10 % ของเงินที่คุณมีอยู่ เนื่องจากการลงทุนนั่นมีความเสี่ยงครับ (มีคนกล่าวไว้ว่า เงินที่คุณเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินควรจะมีมากกว่าเงินที่คุณใช้ในแต่ละเดือนประมาณ 3 เท่า แต่คงไม่ใช่สูตรตายตัวครับ)

  3. แบ่งเงินที่คุณจะใช้ลงทุนแยกออกมาให้ชัดเจน หากคุณเอาไปปนกับบัญชีอื่นๆที่มี อาจทำให้ยามที่คุณเมามันกับหุ้น คุณอาจจะเผลอใช้เงินเก็บส่วนอื่นไปด้วยก็ได้

  4. เสาะหาบริษัท broker ที่เราไว้ใจ หรือมีผู้อื่นเคยใช้บริการแล้วแนะนำว่าดี หรือเลือกใช้บริการกับบริษัท broker แล้วซื้ขายผ่านทาง internet ก็ประหยัดไปได้อีกมากครับ ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้าซื้อขายก็จแตกต่างกันในแต่ละบริษัท แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ

   5. เปิดบัญชีซื้อขายกับ broker ที่เราเลือก โดยติดต่อเข้าไปที่บริษัท แล้วกรอกเอกสารต่างๆที่ต้องใช้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ (จากประสบการณ์) เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากสำนักงานใหญ่

   6. เลือกประเภทบัญชีที่เราจะใช้ในการซื้อขาย มีสองประเภทคือ

             6.1 บัญชีแบบ margin หรือเรียกง่ายๆว่าบัญชีแบบยืมเงินคนอื่นมาเล่น (ยืมเงินบริษัท broker) โดยบัญชีแบบนี้มักเป็นที่นิยมสำหรับนังลงทุนระยะสั้นที่ต้องการกำไรจากส่วนต่างของราคา เนื่องจากบัญชีแบบนี้มีการคิดดอกเบี้ยสำหรับวงเงินที่เกินไปจากเงินที่เรามีอยู่ (มีการวางเงินประกันไว้ส่วนหนึ่ง แต่สามารถใช้เงินซื้อขายมากกว่าที่วางประกันไว้ ซึ่งวงเงินที่ใช้ได้ก็ขึ้นกับจำนวนเงินที่วางไว้ครั้งแรก)

              6.2 บัญชีแบบใช้เงินสดเป็นบัญชีที่เราต้องนำเงินเข้าไปฝากไว้แล้วจึงจะซื้อขายได้ โดยซื้อขายได้ตามจำนวนเงินที่มีอยู่จริงในบัญชีเท่านั้น ซึ่งเราสามารถซื้อขายได้โดยไม่มีเงินในบัญชี แต่ภายในช่วง 3 วันทำการเราต้องโอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายตามจำนวนที่เราทำการซื้อขายไปแล้ว (แบบนี้น่าจะปลอดภัยและควบคุมได้)

   7. ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้แล้วครับคราวนี้

 

  สำหรับในคราวต่อไปจะได้เล่าถึงวิธีต่างๆในการซื้อขายหุ้นต่อๆไปนะครับ