ผมว่าเรื่องนี้ถ้าได้พูดคุยกันและปรับเปลี่ยนเล็กน้อยก็น่าจะได้ประโยชน์ทั้งสองทางทั้งฝ่ายผู้ไปชี้แจงและฝ่ายของพื้นที่ ทำให้เป็นวงเรียนรู้เสีย เรียนรู้เรื่องชุมชนอินทรีย์ อะไรจะลงมาไม่ว่าจะอยู่ดีมีสุข คพพ เมืองไทยแข็งแรง งานฟังชั่นหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ ก็ลงมาสุ่ชุมชนอินทรีย์ทั้งนั้น ไม่มีการเปิดหน้างานใหม่ เรียนรู้แบบแยกส่วน ไม่งั้นเราก็จะนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายผมถือโอกาสไปสังเกตการณ์การไปติดตามหนุนเสริมกิจกรรมโครงการชุมชนอินทรีย์ระดับอำเภอของคณะที่นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ศาลาประชาคมอำเภอขนอม

ผมได้ฟังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชพูดถึงเรื่องกิจกรรมโครงการชุมชนอินทรีย์ อยู่ดีมีสุข คพพ(โครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) แล้วท่านโยงเป็นสูตรว่า 5 5 5 ไม่ใช่ตลกอะไรนะครับ แต่มีคำอธิบาย ท่านอธิบายเป็นสูตรคล้ายสูตรปุ๋ยดังนี้ครับ

5 แรก คือเป้าหมายของชุมชนอินทรีย์ห้าประการได้แก่ การมีคณะผู้นำและผู้สืบทอดที่มีประสิทธิภาพ การมีการจัดการความรู้ การมีกระบวนการแผนชุมชนพึ่งตนเองทีมีคุณภาพ การมีกองทุนการเงินชุมชน และการมีวิธีการบริหารจัดการชุมชนที่ดี

5 ที่สอง คือ 5 แผนงานของอยู่ดีมีสุข ที่ใช้เป็นเนื้อหาในการเรียนรู้ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาและสร้างโอกาสให้ชุมชน การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ และการบริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน

ส่วน 5 สุดท้าย คืออินทรีย์ 5 หรือพละ 5 ธรรมที่ต้องเจริญให้มีขึ้นในตนเพื่อเพิ่มพลังในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา

หนทางเดินไปสู่ชุมชนอินทรีย์สรุปเป็นสูตรง่ายๆให้จำได้ว่า 5 5 5

กระบวนการหลังจากที่ท่านผูว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชพบปะที่ประชุมราวๆ 45 นาที แล้ว ก็เป็นการพูดคุยกับที่ประชุมของบรรดาหัวหน้าส่วนราชการจนหมดเวลา ยังไม่มีช่วงของการสะท้อนข้อมูลจากอำเภอจากพื้นที่อะไรเลย ซึ่งไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผมเลย

ผมได้สอบถามพี่ลาวัณย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดและคุณถาวร คงแก้ว จ่าจังหวัดในฐานะที่ที่ร่วมทีมวิทยากรว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ท่านทั้งสองก็ตอบไม่ได้เต็มปากเต็มคำมากนัก แต่ที่จับใจความได้ก็สรุปว่ามาครั้งนี้ก็เป็นการออกมาชี้แจงยุทธสาสตร์อยูดีมีสุขเป็นเรื่องหลัก จึงไม่ได้เปิดโอกาสให้พื้นที่ได้พูด สะท้อนความเห็นมุมมองมากนัก ถ้าจะอย่างที่ผมว่าต้องเป็นโอกาสอื่น เช่นติดตามกิจกรรมชุมชนอินทรีย์เป็นต้น ส่วนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นท่านนั่งในสุดเข้าไปสอบถามท่านไม่สะดวกที่จะเข้าไป

ผมว่าเรื่องนี้ถ้าได้พูดคุยกันและปรับเปลี่ยนเล็กน้อยก็น่าจะได้ประโยชน์ทั้งสองทางทั้งฝ่ายผู้ไปชี้แจงและฝ่ายของพื้นที่ ทำให้เป็นวงเรียนรู้เสีย เรียนรู้เรื่องชุมชนอินทรีย์ อะไรจะลงมาไม่ว่าจะอยู่ดีมีสุข คพพ เมืองไทยแข็งแรง งานฟังชั่นหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ ก็ลงมาสุ่ชุมชนอินทรีย์ทั้งนั้น ไม่มีการเปิดหน้างานใหม่ เรียนรู้แบบแยกส่วน ไม่งั้นเราก็จะนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด

ผมได้ต่อสายคุยกับอาจารย์ภีม แห่ง มวล.ในเรื่องนี้ในวันนี้สองครั้งเพื่อพูดคุยถึงโปรแกรมการเยี่ยมเยียนอำเภอที่เหลือว่าจะปรับเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามคำกล่าวของท่านผู้ว่าฯที่เคยกล่าวว่าการไปเยี่ยมเยียนครั้งนี้จะเป็นการไปเรียนรู้งานของพื้นที่และไปชื่นชมผลงาน

อาจารย์ภีมบอกว่าขอเวลาคิด และจะเรียนปรึกษาเรื่องนี้กับท่านผู้ว่าฯในวันจันทร์ที่ 9 ที่ มวล.