นี่คือกิจกรรมของ International Graduate Program  ของ ม. บูรพา      ที่คุณไพฑูรย์ ช่วงฉ่ำ เสนอเค้าโครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบการสร้างความรู้ โดยใช้เทคนิคการชื่นชมความสำเร็จ สำหรับหัวหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลในสังกัดภาครัฐ"     เมื่อวันที่ ๓๑ มี.ค. ๕๐    ผมไปทำหน้าที่ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

         ผมเดาว่า นี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการวิจัยใช้ AI - Appreciative Inquiry ในกิจกรรม KM     ผมจึงตื่นเต้นว่าวิทยานิพนธ์นี้จะช่วยสร้างความรู้ในการประยุกต์ใช้ AI ในสังคมไทย

        ผมใช้เวลา ๒ ชั่วโมงทำหน้าที่ ๒ อย่าง
          ๑. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ตามที่เขาเชิญ
          ๒. เป็นนักเรียน เรียนรู้จากกรรมการท่านอื่น และจากประสบการณ์ตรงใน ๒ ชั่วโมงนั้น

        สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ได้แก่
          ๑. พลังของการสื่อสารเรื่องราวที่ซับซ้อนด้วยเรื่องเล่า (storytelling) ที่การอธิบาย (describing) เทียบไม่ได้เลย
          ๒. ในเรื่องที่ซับซ้อน การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการตอบแบบสอบถาม สู้การให้เล่าเรื่อง  และทำ AAR ไม่ได้
          ๓. การวิจัยด้าน KM มักตกหลุมวิธีวิทยาแนว discrete data    ในขณะที่ KM เป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน ตัว data มีลักษณะสัมพันธ์กันแบบแยกกันไม่ออก
          ๔. การวิจัยที่ อ. ไพฑูรย์เสนอ ไม่ใช่การวิจัยแบบ Knowledge Creation ด้าน KM & AI     แต่เป็นการวิจัยแบบ Knowledge Translation ศึกษาปัจจัยสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างความรู้ในหัวหน้าพยาบาล

                     

     คุณไพฑูรย์ ช่วงฉ่ำ กำลังนำเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์

                    

บรรยากาศในห้องประชุม  ดร. วัลลา นั่งอยู่ข้างหลัง  ผมมาทราบภายหลังว่าเธอมาช่วยจดประเด็นที่คณะกรรมการถามและแนะนำ

                     

บรรยากาศหน้าห้องประชุม ของ International Education Program

วิจารณ์ พานิช
๓๑ มี.ค. ๕๐