รองเท้าเบาหวานที่มีขายที่ตลาดนัดใกล้บ้าน

       หากเราทบทวนวิธีการดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน จะพบว่าก่อนเป็นแผลผู้ป่วยต้องใส่รองเท้าเพื่อป้องกันการเกิดแผล, หลังแผลหายต้องใส่รองเท้าสำหรับคนเบาหวานไปตลอดชีวิต เพราะเท้าชาจากเส้นประสาทเสื่อมรักษาไม่หาย (แต่มีงานวิจัยบอกว่าเปลี่ยนตับอ่อนจะช่วยได้) แล้วรองเท้าสำหรับคนเบาหวานจะหามาจากไหนล่ะ?

    มีขายครับ บินไปซื้อที่อเมริการาคา 100 US ขึ้นไป ก็ประมาณ 4,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ในบ้านเราบางที่ก็ราคาเป็นหมื่น แล้วรากหญ้าแบบพวกเราจะสัมผัสรองเท้าเบาหวานได้ยังไงนะ

   คุณหมอก็เป็นห่วงบอกป้าต้องใส่รองเท้านะ จะได้ไม่เป็นแผล....แต่ป้าจะเอารองเท้าจากไหนแพงเหลือเกิน

            วันนี้จะแนะนำรองเท้าเบาหวานที่มีขายที่ตลาดนัดใกล้บ้านครับ ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าคุณสมบัติรองเท้าเบาหวานต้องมีอะไรบ้าง

 

good shoe

   อันที่หนึ่ง ต้องปรับได้เป็นเชือกหรือตีนตุ๊กแกก็ได้เพราะเท้าคนเราเช้าจะเล็ก บ่ายมาจะอ้วนยิ่งคนป็นเบาหวานที่มีปัญหาเรื่องไต ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ จำเป็นต้องแก้เชือกมักใหม่ทุกชั่วโมงเลย จึงต้องเลือกแบบปรับได้ครับ

   สอง, ต้องมีพื้นที่พอสำหรับนิ้วเท้า พวกหัวแหลมนี้ห้ามเด็ดขาด นิ้วก้อยหายมาเยอะแล้ว ลองให้ผู้ป่วยใส่สัก 5 นาทีแล้วถอดออกมาดู หารอยแดงจากแรงกดว่ามีหรือเปล่า ไม่มีก็ใช้ได้ครับ อย่าไปถามผู้ป่วยว่าคับหรือเปล่านะครับ ขนาดตะปูตำยังไม่รู้สึกเลย                                     

claw toe

   สาม, ต้องหุ้มส้นหรือรัดส้นเพื่อป้องกันรองเท้าหลุด เพราะกล้ามเนื้อเท้าอ่อนแรง ป้องกันความผิดรูปภายหลัง(Secondary deformities)    เช่น

      "อาม่าคนหนึ่งโดนหลานบ่นเรื่องรองเท้าชอบหลุดไม่รู้ตัวต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ อาม่าก็จิกนิ้วกับรองเท้าตลอดเพราะกลัวหาย เลยกลายเป็นนิ้วจิกงอตามมาอีก (Claw toe) แถมมาด้วยแผลที่ปลายนิ้วจากแรงกดสูงด้วย"

   สี่, ส้นไม่สูงเกินไป เพราะเดี๋ยวล้ม ข้อเท้าแพลง เอ็นอักเสบ  พื้นล่างต้องแข็งกันตะปูแทงทะลุขึ้นมาด้วย อุบัติการณ์ Charcot foot ส่วนใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ( minor truama) พวกนี้นั่นเองเพราะเป็นแล้วไม่พักเท้าเหมือนพวกเรา ข้อเท้าแพลงก็เดินเรื่อยๆ จนเอ็นขาด ก็ยังเดินต่อจนข้อเท้าผิดรูปไปเลย

   ห้า, พื้นในรองเท้าและผนังบุรองเท้าต้องนุ่ม เพื่อลดแรงกดและแรงเสียดสี สองเหตุนี้คือสาเหตุหลักๆ ของการเกิดแผลเลยครับ

foam

 พื้นในรองเท้าที่นุ่มประมาณ 15 ชอว์ จะกดแล้วยุบลงครึ่งหนึ่ง ลองเอาไส้ในรองเท้าออกมาบีบดูก่อนซื้อ

    ทีนี้ลองมองในตลาดนัดหรือร้านขายรองเท้าในท้องถิ่นดูซิว่า มีรองเท้าที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ไหม ที่ชัดเจนคือ รองเท้ากีฬา นั่นเองครับ ถูกๆก็ใช้ได้ ลองพิจารณา ถ้าครบห้าข้อแล้วก็เอามาทดลองดูหากป้องกันได้ก็ใช้ได้ครับ

   มีงานวิจัยในเอธิโอเปีย โดยทดลองในผู้ป่วยเท้าชา แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกใส่รองเท้าออกแบบพิเศษเฉพาะบุคคล คือหล่อตามเท้าคนไข้เลย กลุ่มที่สองให้รองเท้ากีฬาธรรมดา เชื่อไหมครับ 6 เดือน ผลออกมา กลุ่มรองเท้ากีฬาเฉยๆ ชนะ น่าแปลกใจมาก

      คนไข้ชอบบ่นว่า สี่ร้อย แพง ไม่มีตังค์ อย่าไปเชื่อครับ มาทำแผลเดือนเดียว แค่ค่ารถก็เกิน ห้าร้อยแล้ว คนไทยไม่ค่อยสนใจค่าใช้จ่ายทางอ้อม มองแต่ทางตรง นี่ยังไม่รวมค่าสูญเสียรายได้ของญาติ ที่พามา ค่าน้ำมัน ของกินจุกจิกของหลานที่ขอติดมาด้วย ให้ตังค์ขอทานอีก มันเยอะกว่าค่ารองเท้าเยอะเลยครับ ผมจะแนะนำคนไข้เสมอว่าของพวกนี้ไม่ใช่อาหารตามสั่งนะ ทานก็ได้ ไม่ทานก็ได้ มันเป็นเหมือนยาที่คุณจำเป็นต้องทาน และต้องทานไปตลอดชีวิตด้วย

    แต่อย่าลืมนะครับ เราจะพูดถึงรองเท้าก่อนเป็นแผลและหลังเป็นแผลเท่านั้น ระหว่างเป็นแผลเราจะไม่พูดถึง ต้องรักษาแผลให้หายก่อน

เดี๋ยวเข้าใจไปว่าเป็นแผลแล้วใส่รองเท้ากีฬาแล้วทำให้แผลหายได้