ผมเชื่อใน “ควาญของคน” ว่าสามารถจัดการเรื่องปัญหาความขัดแย้งได้

     จากที่บันทึกไว้ 2 เรื่อง คือ ความขัดแย้ง (Conflict) กรณีตัวอย่างที่ 1 และ กรณีตัวอย่างที่ 2 ผมขอลองสรุปจากประเด็นทั้ง 2 นี้ ออกมาดูเพื่อให้เห็นเด่นชัดขึ้น

     ความขัดแย้ง (Conflict) เป็นเรื่องธรรมชาติของตัวบุคคล องค์การ ชุมชน หรือสังคม ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในระดับภายในตัวของเราเอง ตัวเรากับคนอื่น หรือ กลุ่มคณะของเรากับกลุ่มคณะอื่น มองได้ 2 ด้าน มองด้านบวก ก็ได้ว่าเพื่อเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงและพัฒนา ตัวอย่างกรณีที่ 2 ที่หลังจากนั้นน้องจนท.ที่จบมาอยู่ที่เดียวกับผม ก็จะพูดอธิบายให้คนไข้เข้าใจมากขึ้น เห็นความสำคัญของการมีปฎิสัมพันธ์กับชุมชน ว่าจะช่วยให้เขาไม่ร้อน แม้จะไม่เข้าใจ แทนที่จะต่อว่า เขาก็จะใช้วิธีการสอบถามแทน (ไม่ใช่ช่วยให้เย็นลงนะ) เราก็จะได้อธิบายต่อ ส่วนมองด้านลบก็จะเป็นการทำลายน้ำใจ ทำลายมิตรไมตรีต่อกัน เกิดความยุ่งเหยิง ไม่มีสันติสุข

     ในทัศนะผมมองว่าเป็นด้านบวก แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับไม่ให้ลุกลามใหญ่โต โดยเชื่อว่าคนนอกไม่ต้องเข้าไปยุ่งมากนัก ขบวนการทางสังคมจะจัดการเรื่องนี้ได้เอง ดังกรณีตัวอย่างที่ 1 และกรณีตัวอย่างที่ 2 และผมเชื่อด้วยว่ามนุษย์จะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเป็นพื้นฐาน บางเรื่องเมื่อคนนอกกระโดดเข้าไปจัดการเลยก็จะแก้ไขอะไรได้ยากขึ้น คนนอกควรเฝ้ามองเพียงห่าง ๆ

     การจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง เป็นศิลปะจึงไม่สามารถนำทฤษฎีมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ หากจะนำมาใช้ก็เป็นเพียงการนำมาเป็นเครื่องปรุง เพื่อให้เกิดรูปแบบการป้องกันปัญหาเท่านั้น ทว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว คนที่เข้าไปจัดการต้องมีสติ เป็นกลาง เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พระเดชจะใช้ไม่ได้ผล อาจใช้ได้เพียงกลบปัญหาไว้เท่านั้น แต่พระคุณจะใช้ได้ผลกว่า และสามารถลบตัวปัญหาได้ด้วย

     การจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง จะใช้เพียงการเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าเทคนิคการเจรจาจะมีความสำคัญมาก คงต้องใช้ภาพลักษณ์ของผู้จัดการเจรจา หรือไกล่เกลี่ยด้วย การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งเพื่อไม่ให้ลุกลามใหญ่โต ต้องใช้ความไว (Sentive) ในการตรวจจับ ฉะนั้นสมาชิกขององค์การ ชุมชน หรือสังคม คงต้องมีส่วนร่วมทุกคน และการตัดสินใจจัดการไม่ใช่เรื่องของการบังคับบัญชาตามสายงาน แค่ต้องเป็นสำนึกรับผิดชอบ โดยเฉพาะผมเชื่อใน “ควาญของคน” ว่าสามารถจัดการเรื่องปัญหาความขัดแย้งได้ องค์การ ชุมชน หรือสังคม จึงต้องรู้ว่าใครเป็นควาญใครอย่างไม่เป็นทางการครับ หรือจะใช้ FIRST+S เครื่องมือประหยัดเวลา ร่วมด้วยก็จะดีมากครับ ปัญหาจะได้ไม่เกิด และไม่บานปลายด้วย