เรียนรู้จากสามก๊ก วิถีเล่าปี่ 3 ตอน (3)
คอลัมน์ มืออาชีพ
โดย ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย
3.ผู้นำต้องเปี่ยมน้ำใจ
เคยถามคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ซีอีโอเซเว่นฯว่าทำไมถึงได้ชื่นชอบเล่าปี่มากที่สุดในสามก๊ก ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเล่าปี่แต่อย่างใด
จำได้ว่าคุณก่อศักดิ์ตอบว่าเพราะเล่าปี่เป็นคนยึดถือน้ำใจกับพี่น้องร่วมสาบาน
ผู้อ่านคงจำได้ว่าเล่าปี่ใช้ให้กวนอูเฝ้ารักษาเมืองเกงจิ๋ว ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก ในการรุกขึ้นสู่ภาคเหนือเพื่อทำสงครามขั้นแตกหักกับโจโฉ
อย่างไรก็ตาม ซุนกวนซึ่งครองแดนกังตั๋งอยู่นั้นเห็นว่าเกงจิ๋วภายใต้การยึดครองของซุนกวนนั้นถือว่าเป็นภัยอย่างใหญ่หลวง
สุดท้ายกวนอูพ่ายแพ้ต้องถูกตัดหัว ทำเอาเล่าปี่ซึ่งเป็นผู้ร่วมสาบานซึ่งในเวลานั้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นจ๊กก๊กแล้ว
การเสียกวนอูและเมืองเกงจิ๋วนั้นถือว่าเป็นความเสียหายในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก
ขงเบ้งก็รู้ว่าเล่าปี่ต้องไม่นิ่งดูดายเห็นกวนอูตายไปโดยไม่ล้างแค้นเป็นแน่แท้ เพราะกวนอูไม่เพียงเป็นขุนพลคู่ใจ หากยังเป็นน้องร่วมสาบานอีกต่างหาก
หากยึดหลักยุทธศาสตร์สามก๊กตามที่ขงเบ้งวางไว้นั้น ก็ต้องผูกพันธมิตรกับซุนกวน
ซึ่งก็หมายความว่าเล่าปี่ต้องกล้ำกลืนฝืนตีหน้ากับซุนกวนต่อไปเพื่อผูกพันธมิตรไว้
ทว่าการนิ่งเฉยเช่นนั้น อาจทำให้เล่าปี่ถูกมองว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ ยึดผลประโยชน์เป็นใหญ่เหนือความผูกพันน้องร่วมสาบาน ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเล่าปี่จะคลอนแคลนได้
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นเล่าปี่เป็นฮ่องเต้ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายออกรบเพื่อน้องร่วมสาบาน
การล้างแค้นให้น้องร่วมสาบานอย่างกวนอูนั้นทำให้เขาได้ใจราษฎรและขุนพล
ทว่าในเชิงยุทธศาสตร์แล้วเสียหายอย่างยิ่ง
เล่าปี่เป็นคนมากน้ำใจแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
ไม่เพียงกับน้องร่วมสาบานเท่านั้น กระทั่งกับเล่าเปียว เจ้าเมืองเกงจิ๋วซึ่งยกเมืองให้ก็ไม่ยอมครอบครอง เพราะเหตุที่ว่าไม่ต้องการได้ชื่อว่าแย่งสมบัติจากคนแซ่เดียวกัน ทั้งๆ ที่ตามหลักยุทธศาสตร์แล้วไซร้จำต้องยึดให้จงได้
เจตจำนงอันแน่วแน่เช่นนี้ ทำให้ขงเบ้งซึ่งเป็นกุนซือใหญ่ต้องเหนื่อยแทบรากเลือดกว่าจะแผ้วทางในการสู่บัลลังก์ฮ่องเต้
4.ศิลปะการครองใจคน
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าในบรรดาเจ้าก๊กทั้งสามนั้น เล่าปี่ดูจะด้อยที่สุด
ไม่เก่งทั้งการรบและการวางแผน
ด้วยเหตุนี้เขาจึง outsource ออกไปทั้งหมด
ถ้าเช่นนั้นแล้ว เล่าปี่มีอะไรดี นอกจากภาพลักษณ์และน้ำใจ
เนื่องจากเล่าปี่เป็นคนสายพิราบ ใจดี มีคุณธรรม ดังนั้นการอยู่กับนายประเภทนี้ก็ค่อนข้างสบายใจได้ว่าหัวจะไม่หลุดจากบ่าแน่ ไม่เหมือนอยู่กับที่ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่
ฉะนั้นการได้นายที่ไม่เขี้ยว หากไม่จุกจิกมาก ลูกน้องก็จะทำงานเต็มกำลังความสามารถ
การที่นายไม่เก่ง จะใช้คนเก่งให้ทำงานเต็มศักยภาพได้นั้น ต้องเป็นคนที่มีศิลปะในการครองใจคนสูงมาก
อย่างไรก็ตาม เล่าปี่เป็นนักการเมืองเหมือนโจโฉนั่นแหละ ที่แตกต่างกันก็คือวิธีการเท่านั้น
เนื่องจากตนเองไม่มีฐานกำลัง การจะเป็นใหญ่ ย่อมไม่สามารถดำเนินการอย่างบุ่มบ่ามได้ จำเป็นต้องซ่อนความต้องการเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ
เล่าปี่เป็นคนที่เก็บอารมณ์ความรู้สึกได้เก่งที่สุดคนหนึ่ง
กระนั้น ความใจดี มีคุณธรรมและเมตตาของเล่าปี่นั้นดูเหมือนจะเกินจริง
อะไรที่เกินจริงไปหน่อย แสดงว่ามีความจอมปลอมแฝงอยู่
ทว่าความจอมปลอมของเล่าปี่นั้นแตกต่างจากงักปุกคุ้ง ซึ่งเป็นวิญญูชนจอมปลอมสมบูรณ์แบบ
สำหรับเล่าปี่ ในความจอมปลอม มีความจริงแฝงอยู่
ขณะที่ในความจริง ก็แฝงความจอมปลอม
ความเก่งของเล่าปี่ก็คือสามารถผสมผสานความจริงเข้ากับความจอมปลอมได้อย่างแนบเนียน จนไม่รู้ว่าอันไหนจริง อันไหนปลอมกันแน่
ความสุดยอดของเล่าปี่อยู่ที่ทำให้ขงเบ้งยอมรับใช้ลูกของตนเองคือเล่าเสี้ยน ซึ่งด้อยสติปัญญา
หากเป็นคนอื่น เห็นนายตัวเองด้อยสติปัญญา ก็คงจะเตะนายจากตำแหน่ง และขึ้นครองอำนาจด้วยตัวเองไปแล้ว
ถ้าเป็นโลกธุรกิจ คงไม่มีใครยอมรับใช้นายเขลาที่แวดล้อมด้วยเหล่าขันที
ส่วนใหญ่จะลาออกไปตั้งบริษัทของตัวเองทั้งนั้น เพราะอยู่ไปก็เสียเวลาเปล่า
และก็พิสูจน์แล้วว่าการที่ขงเบ้งยอมรับใช้เล่าเสี้ยนนั้น นับเป็นการสูญเปล่ายิ่งนัก
ดังนั้นคนอย่างขงเบ้งนั้น จึงหาได้ยากยิ่งในโลกแห่งความเป็นจริง
คนฉลาดนั้น หากไม่ยาก แต่ฉลาดสุดสุด แต่ยังภักดีสุดสุด
น่าจะสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้ว
(ที่มา นสพ. มติชน วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10612 : เรียนรู้จากยอดคนสามก๊ก วิถีเล่าปี่ (3) หน้า 23)