เบื้องหลังงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 2 เราเริ่มเตรียมงานกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 ทุกคนทำงานประจำที่ค่อนข้างเยอะมากๆ อยู่แล้วไปพร้อมๆ กับการเตรียมงานใหญ่นี้ หลายคนทำงานโดยไม่ได้หยุดงานติดกันเป็นเดือนๆ อาทิ พี่แอน (คุณชุติมา) พี่ตุ่ม (คุณศศิธร) ซึ่งคงมีอีกหลายคนที่ทำงานโดยไม่มีวันหยุด

พวกเราทุกคนทำงานกันหนักจริงๆ ทำตั้งแต่งานจุกจิกกวนหัวใจ เช่นเรื่องการประสานงานกับสถานที่อาหาร ที่พัก การเดิน ทำวีดีทัศน์ เทคนิคทางซึ่งมิใช่เรื่องที่ประสานกันครั้งเดียวจบแล้วรู้เรื่อง หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้หนักใจ ฯลฯ กระทั่งถึงงานที่ต้องใช้ความคิดจนปวดหัวอย่างการลงพื้นที่เก็บข้อมูล สัมภาษณ์ เขียนหนังสือ (หลายเล่ม) ทำโปสเตอร์ ที่ต้องทั้งเขียน ออกแบบ ตรวจสอบ กระทั่งถึงนั่งแท็กซี่ไปขนมาจากร้าน

แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปมีทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะ ความเครียด ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความกระทบกระทั่งที่เกิดจากความไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่เราไม่ได้เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง แต่เราเอางานเป็นที่ตั้งทุกอย่างจึงผ่านพ้นมาถึง วันที่ 30 พ.ย. 48 ก่อนวันงาน พวกเราซึ่งพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ทุกคนเตรียมงานกันตั้งแต่เช้าตรู่และได้นอนกันไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืนที่สำคัญนอนแล้วก็นอนไม่หลับอาจะเป็นเพราะเลยเวลานอน และสมองมันเหมือนจะไม่หลับ ครึ่งหลับครึ่งตื่นหลับตาก็เห็นนิทรรศการลอยมาจนถึงเช้า

ซึ่งในส่วนของนิทรรศการข้างนอก ทีมประชาสัมพันธ์ต้องขออภัยภาคีร่วมจัดนิทรรศการเป็นอย่างยิ่งที่เราไม่สามารถติดตั้งโครงสร้างได้ทันเวลา เนื่องจากในวันนั้นทางโรงแรมได้มีการจัดงานนิทรรศการซึ่งเมื่อถึงเวลายังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปทำให้เราติดตั้งล่าช้า ประกอบกับคนน้อยๆๆๆ จริงๆ

นี่คงเป็นเพียงการเตรียมงานบางส่วนที่เราไม่อาจเล่าได้หมด แต่มีบางสิ่งที่ปราบปลื้มใจในงานนี้ก็คือ ในวันงานวันที่ 1-2 ธันวาคม นี้ น้ำได้เห็นปรากฎการณ์ที่ทีมงานสคส.ตั้งเป้าหมายอยากเห็นเป็นที่สุดก็คือ การเกิดเครือข่ายการจัดการความรู้ น้ำเห็นภาคีภาคประชาชนยืนจดเรื่องราวของภาคเอกชน เห็นภาคเอกชนสนใจงานของโรงเรียนเห็น ภาคีกลุ่มโรงพยาบาลไปจีบ (แซวเล่น) พนักงานเซเว่น เห็นเครือข่ายภาคประชาชนนั่งจับเข่าคุยกันอย่างเอาจริงเอาจัง แล้ว น้ำแอบเห็นนพ.ประเทือง ผอ.โรงพยาบาลตาคลี ยืนจดๆยิกๆๆ อยู่แถวๆๆ บูธของภาคีภาคประชาสังคม ก็เดินไปถามเล่นๆ เป็นไงค่ะคุณหมอ คุณหมอบอกว่ากำลังดูว่าจะเอาความรู้อะไรไปกลับไปใช้ได้บ้าง แล้วบอกว่าอยากได้โมเดลควายที่อยู่หน้าบูธของโรงเรียนชาวนา สงสัยกำลังจะทำโมเดลควายเคเอ็มอีก แต่ไม่รู้ว่าจะเอาควายไปขี่บนหลังช้างหรือเปล่าน่ะค่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้น น้ำก็เริ่มจะสงสารช้างKM ของคุณหมอมากขึ้นทุกวันๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะเห็นมา 3 ครั้งแล้ว เจอช้างตัวนี้ทีไร ก็พบว่าทรงเครื่องมากขึ้นทุกครั้ง เป็นภาพเล็กๆๆ ที่เกิดขึ้นนอกห้องย่อย

ส่วนที่เห็นเกินคาดก็คือ ในส่วนของคลินิคที่ตอนแรกคิดว่าคนจะสนใจน้อยปรากฎว่า แม้กระทั่งวันที่ สองของงานช่วงเย็นที่งานใกล้เลิกแล้วยังมีคนที่สนใจคลินิคเข้ามารับคำปรึกษาเยอะพอสมควรเสียดายที่ไม่ได้ร่วมฟังในห้องย่อยอย่างประติดประต่อ เพราะมีงานข้างนอกให้ทีมประชาสัมพันธ์ได้จัดการหลายเรื่อง

แต่อย่างไรก็ตามยังอยากฟังคำติเตียนจากผู้ร่วมงานเพื่อนำไปปรับปรุงงานอีกมากเพราะบางทีคำชมก็เป็นเหมือนของหวานที่ทำให้ฟันผุได้ หากไม่รู้จักแปรงฟัน จริงไหม