ครูอ้อยเริ่มเข้าใจเรื่องของการปล่อยวาง ไม่คิด ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวายใจ รู้สึกว่า ว่างเปล่า พร้อมที่จะรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
ยิ่งโตขึ้น ยิ่งแก่ขึ้น ก็ยิ่งมีปัญหามากมายมารุ้มเร้า
จะวิ่งหนีปัญหา ก็มักจะไม่พ้น แต่กลับไปพบกับปัญหาใหม่ที่หนักหนาสาหัสกว่าปัญหาดั้งเดิมเสียอีก
น้องญาติธรรมพูดว่า....อาจารย์อ้อยคะ ชีวิตของอาจารย์อ้อยเปรียบเหมือนโต๊ะตัวนี้ที่มีสิ่งของมากมายตั้งวางอยู่ สิ่งของเหล่านี้ อาจารย์อ้อยได้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบก็มี วางไว้แบบไม่เป็นระเบียบก็มี ใช่ไหมคะ...
ครูอ้อยมองดูโต๊ะของตนเอง และตอบรับกับน้องญาติธรรมไปเลย ว่าครูอ้อยไม่ค่อยมีเวลาจัดการ 5 ส กับโต๊ะครูอ้อย แต่น้องญาติธรรมไม่ได้กล่าวตำหนิอะไรกับครูอ้อยเลย ที่ไม่ได้ทำความสะอาดโต๊ะ เพียงแต่น้องญาติธรรมต้องการจะสนทนาธรรมะ กับครูอ้อยนั่นเอง
โต๊ะของครูอ้อยในขณะนี้ รกรุงรัง และครูอ้อยก็รู้ว่ามันรก ครูอ้อยจึงเอามือทั้ง สองข้างของครูอ้อยกวาดสิ่งของเหล่านี้ออกไปจากโต๊ะตัวนี้ ให้เกลี้ยงและไม่มีอะไรอยู่บนโต๊ะเลยสักชิ้นเดียว
น้องญาติธรรมบอกว่า...สภาพจิตใจของอาจารย์อ้อยเป็นเช่นนี้ค่ะ แต่จะพอเพียงแต่เท่านี้ไม่ได้ เพราะอาจารย์อ้อยต้องมีพลัง พลังอย่างมากมายและแข็งแกร่งพอที่ต่อสู้เพื่อบารมีของอาจารย์อ้อย
ครูอ้อยมองหน้าเธอและบอกน้องญาติธรรมว่า ......ตอนนี้ครูอ้อยกวาดโต๊ะเกลี้ยงแล้ว หมายถึงการปล่อยวางใช่ไหม
ครูอ้อยปล่อยวางได้แล้ว โดยไม่รับอะไร มาวางไว้ที่โต๊ะอีก เหลือแต่ที่จะต้องใช้เวลาและ
เก็บสะสมอินทรีย์พลัง และอินทรีย์พลังที่จะต้องนำออกมาเก็บสิ่งของเหล่านี้ที่ครูอ้อยกวาดทิ้งไป นำมาจัดเก็บให้เป็นระเบียบ และสามารถนำออกไปใช้ได้อย่างเป็นระบบ
อินทรีย์พลังจะได้มาจากไหนล่ะ......ครูอ้อยถามน้องญาติธรรม
อินทรีย์พลัง...จะได้จากการให้ รักษาศีล และนั่งสมาธิ ...
เท่านี้ครูอ้อยก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นมาเพื่อที่จะจัดโต๊ะตัวนี้ให้เป็นระเบียบต่อไป
ขอแลกเปลี่ยนครับ คงไม่ใช้ความรู้ของพระพุทธเจ้า แต่เป็นธรรมของพระพุทธองค์ สำหรับสิ่งที่ครูอ้อยเขียนลงในบล๊อก ผมเห็นดีด้วยที่ครูอ้อยต้องปล่อยวางบ้าง แต่ไม่ใช่ปล่อยวางกาย แต่ให้ปล่อยวางจิต และวางใจ
การวางใจ (มนะ) จะเกี่ยวข้องกับความคิดต้องหาเหตุของทุกข์ ของเวทนา แล้วค่อย ละ ลด เลิก (ใช้ทมะ คือการข่มจิต)
ส่วนการวางจิต เป็นการปล่อยวางที่จิต(จิตตัง) อาศัยการทำกัมมฐานเป็นหลักในการปล่อยวาง กัมมฐานมีอยู่ 2 ประเภทคือ สมถะกัมมฐาน เป็นการทำหน้าที่ของใจให้นิ่ง สงบ ......และวิปัสสนากัมมฐาน เป็นการทำหน้าที่ของใจให้เกิดปัญญา
สำหรับครูอ้อยคงต้องใช้ สมถะกัมมฐานก่อน เพื่อให้จิตมีพลัง (พละ 5) เมื่อครูอ้อยมีพลังแล้ว จะสามารถเห็นใจที่วุ่นวาย ได้เหมือนเห็นโต๊ะที่วุ่นวายด้วยสิ่งของเครื่องใช้ หนังสือ การจัดระเบียบไม่ช่วยให้ใจสงบ แต่จะทำให้ความวุ่นวายน้อย แต่ทุกข์เหมือนเดิม เพราะจำนวนของทุกข์เท่าเดิม ผิดตรงที่จัดระเบียบแล้ว กับไม่จัดระเบียบ
ถ้าอยากปล่อยวาง ต้องทำตามข้างต้น คิดเรื่องนี้สำคัญมั้ย เอาหน้าที่ที่ทำเป็นหลัก เช่น เป็นครูดูแลนักเรียน ทำหน้าที่ดูแลสอนนักเรียน เป็นแม่ของลูก ก็ทำหน้าที่แม่ที่ดี เป็นลูกของแม่พ่อ ก็ทำหน้าที่กุลธิดาที่ดีของพ่อแม่ เป็นภรรยาก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี เป็นต้น เหล่านี้พอเป็นแนวทาง
แต่การปฏิบัติ และประพฤติ ให้ ประพฤติธรรม และปฏิบัติธรรมครับ หาอ่านได้ตามหนังสือธรรมทั่ว ๆ ไป
ขอสุคติจงมีแด่ครูอ้อยตลอดกาลนานเทอญ
สวัสดีค่ะคุณ สมพงศ์
ขอสุคติจงมีแด่ท่านและครอบครัวตลอดกาลเช่นกัน
กวาดออกหมดแล้วคัดเอาอันดีๆมาใช้ใหม่
หมอหน่อยพบว่า ทิ้งหมดแล้วคัดบางอย่างมาเก็บประหยัดเวลากว่าคัดทีละอย่างทิ้งค่ะ
สวัสดีค่ะหมอหน่อย
ขอบคุณค่ะ