produce original research

วันนี้ไปอ่าน The New York Times ออนไลน์มาเจอ เรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งครับ ถ้าอยากรู้ลองไปตามลิงค์นี้ดูครับ

http://www.nytimes.com/2007/03/27/science/27dark.html?_r=1&ref=science&oref=slogin

อ่านเรื่องนี่แล้วอมยิ้มคิดถึงเรื่องสองเรื่องครับ

แล้วที่นี่ก็ดูเหมือนจะเหมาะกับเรื่องนี้มากที่สุด เพราะว่าในนี้นั้นมีนักเรียนปริญญาเอก ทั้ง Ph.D. students และ Ph.D. candidates รวมไปถึงอาจารย์ด็อกเตอร์หลายๆท่าน แล้วผมก็เดาเอาว่าคงจะมี Ph.D. advisors หรือ Thesis advisors สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัยหรือ Graduate students ด้วย

เรื่องของเรื่องก็คือมีคนทำหนังคนหนึ่งครับ เอาเรื่องจริงเมื่อปี 1991 มาทำ แล้วก็ได้รับเลือกไปฉายที่ Sundance Film Festival อ่านแล้วก็คงจะสงสัยว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการศึกษาระดับปริญญาเอก

คำตอบอยู่ที่ว่า เรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องของด็อกเตอร์ที่จบมหาดๆใหม่ๆคนหนึ่งเอาปืนไปยิงอาจารย์ที่ปรึกษาและก็หัวหน้าภาควิชาที่ตัวเองเรียนทิ้งครับ

สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนปริญญาเอกอาจจะไม่ทราบว่ามันจะอะไรกันนักหนา เอาเป็นว่าผมยกตัวอย่างคำพูดคนที่เคยเรียนจบปริญญาเอกที่ผมรู้จักให้ฟังนะครับ

คนที่หนึ่งบอกว่า คุณกับอาจารย์ที่ปรึกษานะ รู้จักกันและจำกันได้ไปจนตาย ขนาดคุณหรือเขาเผาเหลือแต่กระดูกยังจำได้เลย ถึงแม้จะสำนวนหนังจีนไปหน่อย แต่ถ้าไปถามคนที่จบปริญญาเอกมา ก็คงจะได้คำตอบไม่ต่างกัน

อีกคนบอกว่า อาจารย์เขาบอกว่าอาจารย์ที่ปรึกษากับนักเรียนเหมือนกับสามี ภรรยา ความสัมพันธ์ดีลูกก็ออกมาหน้าตาดี ใช้ชีวิตในครอบครัวมีความสุข ความสัมพันธ์แย่ก็ต้องทนกันไป

ในบทความนั้นก็มีการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาหลายแบบ แต่ที่แน่ๆ นักศึกษานั้นจะไม่มีสิทธิในการต่อรองอะไรกับอาจารย์มากนัก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอาจารย์ทั้งนั้น โดยเฉพาะการ defense

ไม่รู้ว่าในนี้จะมีความสัมพันธ์กับอาจารย์ที่ปรึกษากันแบบไหน (แต่ถ้าเปรียบเทียบเหมือนการแต่งาน สำหรับผมแล้ว ผมเซ็นใบหย่าไว้แล้วครับ รออาจารย์ผมเซ็นเนี่ยแหละ ไม่ยอมเซ็นซักที)  นั่นเป็นเรื่องแรกที่จะพูดถึงครับ

เรื่องที่สองที่จะพูดถึงนั้น เกี่ยวกับปรัชญาการเรียนการสอนระดับปริญญาเอกครับ จริงๆแล้วผมไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนี้ครับ เพราะว่ากลัวจะไปกระทบใครนะครับ (อีกอย่าง ผมก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จซะเหลือเกิน) แต่ที่ผมนึกเรื่องนี้ขึ้นได้ เพราะว่าในบทความนั้น มีคำพูดคำหนึ่งครับว่า "learn how to produce original research" 

ถ้าลองไป google เกี่ยวกับการเรียนปริญญาเอก จะเจอคำนี้บ่อยมากครับ ว่าเรียนปริญญาเอกไปนั้นเพื่อที่ทำให้เราสามารถที่จะสร้าง original research ได้ 

มีอาจารย์ผมท่านหนึ่งเคยบอกว่า  ปริญญาเอกนั้นเป็นแค่ใบใบหนึ่งที่บอกว่าคุณมีความสามารถทำวิจัยที่มีประโยชน์ได้ ใช่ครับอ่านดีๆ ทีตัวหนาบอกว่า มีความสามารถนะครับ ไม่ได้บอกว่า ทำได้ (ซึ่งมันต่างกันมาก)  เพราะวิทยานิพนธ์คุณนั้นมันแค่เรื่องๆเดียวเท่านั้นแหละ (ถึงแม้ว่ามันจะแตกไปได้เป็นสามบทความเป็นอย่างน้อยก็เหอะ)

ความสมบูรณ์ของปริญญาเอกก็คือการที่คุณสามารถทำงานวิจัยที่มีความหมาย มีประโยชน์ได้ด้วยตนเอง  (ไม่มี "มี" แล้วครับ) ดังนั้นความสมบูรณ์ของปริญญาเอกอยู่ที่การวิจัยต่อ สร้างสรรค์งานวิจัยที่มีความเป็น original เป็นประโยชน์และเผยแพร่ไป มันเหมือนบังคับกลายๆไหมครับว่า คือคุณต้องตีพิมพ์

ผมชอบสงสัยคำว่า original research ผมไม่แน่ใจว่ามีใครจะสงสัยเหมือนผมไหม เพราะผมเคยนั่งอ่าน literature หลายๆอัน ผมก็จะรู้สึกมันคล้ายๆกันหมดว่า ไอ้ที่เขาทำๆกันมันก็คล้ายๆกันทั้งนั้นเลย หรือว่าสาขาที่ผมเรียนมามันสร้างอะไรที่มันเหมือนๆกันก็ไม่รู้ครับ เพราะว่างานวิจัยหลายชิ้นที่ผมอ่าน ตัวปัญหาก็จะคล้ายๆ ได้ผลก็จะคล้ายๆกันแต่เปลี่ยนแค่วิธีการหาคำตอบเท่านั้น แต่ทุกคนก็จะบอกว่างานของตัวเองนั้นเป็น original paper ผมเลยสนใจนะครับว่าเรานิยามคำว่า original paper ที่ตรงไหน

แค่อยากทราบครับว่าแต่ละท่านนั้นคิดอย่างไร

ท้ายที่สุด เป็นกำลังใจให้กับคนที่เรียนปริญญาเอกครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกระบวนการไหนของการศึกษาระดับนี้

ถ้าคุณคิดจะเรียน คิดถึงคำว่า "produce original research" ครับ

ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ยังมีความท้าทายมากมายรออยู่ แค่การหัวข้อบางทีก็ยากแบบอย่างรากเลือดแล้ว เพราะไอ้ที่ยากก็คือ "produce original research" เพราะไอ้คำว่า original ของแท้และดั้งเดิมนี่แหละครับ แต่ยังไงก็ขอให้หาให้เจอและให้อาจารย์ยอมรับ (approve) เร็วๆครับ

สำหรับคนที่อยู่ในระหว่างการทำงานและทำการทดลอง ขอให้สนุกกับการวิจัยครับ  

สำหรับคนที่เขียน ขอให้สนุกกับการเขียนครับ และคนที่เตรียมตัว defense ขอให้ตอบคำถามให้ได้ครับ

และสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา ขอให้สนุกกับนักเรียนของตัวเองครับ