โครงการประชุมระดมสมองเพื่อทดสอบกรอบความคิดการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ณ.โรงแรมตักศิลา มหาสารคาม จัดโดย หน่วยวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ ศูนย์คติชนวิทยา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประเด็น
- ภูมิปัญญาไทยในความเห็นของท่านหมายถึงอะไร
- ภูมิปัญญาไทยด้านใดบ้างที่ควรคุ้มครอง
- เราสามารถแบ่งระดับของภูมิปัญญา เป็นระดับชุมชน ระดับภาค ระดับชาติได้อย่างไร
- ท่านคิดว่าท่านจะสามารถแบ่งปันให้คนนอกมาใช้ภูมิปัญญาของท่านได้หรือไม่? ระดับใด
- หากมีกิจกรรมที่จะนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าระดับชาติ / ระดับนานาชาติ ควรมีมาตรการในการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างไร
- การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรพันธุกรรม เช่น การอนุญาต การกำหนดค่าตอบแทน การแบ่งปันผลประโยชน์ ฯลฯ ควรเป็นอย่างไร มีรูปแบบอย่างไร
- ผมเองมีกึ๋นจำกัด ตอบผิดๆถูกๆ จึงวานท่านผู้รู้โปรดพิจารณา ญาติชาวบล็อก ถ้าท่านเห็นเกี่ยวกับประเด็นใด กรุณาตอบลงในบล็อกด้วยนะครับ คุณพัชราภา จะเอาความคิดเห็นท่านไปส่งต่อคณะผู้วิจัย ขอขอบคุณล่วงหน้าทุกคำตอบครับ.
---------------------------------------------------------------------
ผมนึกไม่ออกว่าจะมีสมองอะไรไประดมกับเขา จึงเอาการบ้านมาตีแผ่ให้พ่อแม่พี่ป้าน้าอาได้ช่วยกันถอดนิยามความรู้ที่ว่าด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ให้ความกระจ่างกระจายเกี่ยวกับเรื่องนี้ และอยากจะให้เป็นการนำร่อง..“คิดอะไรไม่ออก ให้บอกเพื่อนชาวบล็อก” ผมโยนหินถามทางเรื่องความหงอยเหงา ชาวเราทั้งหลายก็ได้มาร่วมแสดงความเห็นทำให้เป็นเรื่องโปกฮาจนครึกครื้น
ผมติดเชื้อKM. มองว่าการที่เราเอาความรู้เข้าไปจัดการเรื่องนั้นนี้ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ได้ผลลัพธ์ที่มีความสำคัญเป็นที่ยอมรับ มีการนำไปใช้ นำไปพัฒนาต่อยอด จนกระทั่งเป็นชุดความรู้ที่นิ่งเกิดเป็นมาตรฐานโดยรวม แต่คนสมัยก่อนเขาไม่ได้ใช้คำว่า"มาตรฐาน" แต่เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วเขาเรียกว่า"ภูมิปัญญา" เมื่อมีการพัฒนาการต่อยอดปัญญาด้านต่างๆจนซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เข้าถึงแก่น" แล้ว เขาจะยกระดับขึ้นเป็น "วัฒนธรรม" วัฒนธรรมของชนชาติก็หมายถึงเอกลักษณ์ หรือสัญญาลักษณ์ ของชาติพันธุ์นั้นๆ ผมเข้าใจเช่นนี้ไม่ทราบว่าผิดหรือถูกนะครับ โปรดชี้แนะด้วยครับผ้ม!
การบ้าน ประกอบด้วยคำถามหลายข้อ ที่เป็นคำถามปลายเปิด ไม่มีผิดมีถูก ฝ่ายที่ประเมินผลน่าที่จะไปปรับแก้ให้รัดกุมและสละสลวยอีกชั้นหนึ่ง
ถาม ภูมิปัญญาไทยในความเห็นของท่านหมายถึงอะไรตอบภูมิปัญญาไทยหมายถึงกระบวนการเรียนรู้ในวิถีไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวค่อยๆก้าวขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้
ðเริ่มจากสภาพแวดล้อมในพื้นที่ พัฒนาไปเป็น
ðความนิยมในชุมชน พัฒนาเป็น
ðงานเทศกาลในท้องถิ่น พัฒนาไป
ðเป็นงานประเพณีประจำฤดูกาล พัฒนาไป
ðเป็นงานประจำปีของอำเภอ/จังหวัด
ðงานสำคัญของภูมิภาค
ðประเพณีประจำปี
ðวัฒนธรรมของชาติ
เป็นที่รวมของตำราว่าด้วยวิชาความรู้สายพันธุ์ไทย ครอบคลุมทุกศาสตร์ความรู้ ยกตัวอย่างเช่น ภาษาไทย อาหารไทย มวยไทย บ้านเรือนทรงไทย เรียกโดยรวมว่า ศิลปวัฒนธรรมไทย กำหนดโดยพิธีการเช่น พิธีบวชเรียน พิธีเรียกขวัญนาค พิธีสรงน้ำพระ พิธีทำบุญวันเข้าพรรษา
ถาม ภูมิปัญญาไทยด้านใดบ้างที่ควรคุ้มครอง
ตอบ ทุกด้าน
ถาม เราสามารถแบ่งระดับของภูมิปัญญา เป็นระดับชุมชน ระดับภาค ระดับชาติได้อย่างไร
ตอบ 1.ระดับชุมชน พิจารณาจากประเพณี และวิถีชีวิตในชุมชนนั้นๆ
2.ระดับภาค พิจารณาจากค่านิยม ภาษาพูด อาหาร การแต่งกาย ศิลปะการละเล่น ร้องรำทำเพลง เช่น
- อีสานมีศิลปะการแสดงหมอลำ เพลงโคราช ภาคกลางมีเพลงฉ่อย เพลงอีแซว ลิเกภาคใต้มีหนังตะลุง เต้นตะลุง มโนราห์
- หรือตำรายา ชื่อยา ชื่อต้นไม้ สิ่งเหล่านี้มีชื่อเรียกเป็นการเฉพาะของแต่ละภาคซึ่งมีทั้งคล้องจองกัน คล้ายกัน และต่างกันจนยากจะคาดการได้ แม้แต่การนวดแผนไทย ก็จะมีวิธีแตกต่างกันบ้างคลายกันบ้าง
- เทคนิควิธีการทำมาหากิน เครื่องมือดักจับสัตว์ วิธีการเพาะปลูก วิธีการนำมาใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น การเกี่ยวข้าวของภาคใต้กับภาคอื่นๆจะมีวิธีการไม่เหมือนกัน
- ภูมิปัญญาด้านการประดิษฐ์ เช่น นำไม้ไผ่มาทำการจักสานเป็นของใช้ไม้สอยได้เป็นร้อยๆอย่าง
3.ระดับชาติ การหลอมรวมทุกศาสตร์เข้ามาเป็นเอกลักษณ์เช่น ธง ชาติ เพลงชาติไทย ศาสนาพุทธ ระเบียนกฎหมายระหว่างประเทศ การแต่งชุดไทย อาหารไทย ภาษาไทย ศิลปะไทยประยุกต์
ถาม ท่านคิดว่าท่านจะสามารถแบ่งปันให้คนนอกมาใช้ภูมิปัญญาของท่านได้หรือไม่? ระดับใดตอบปกติคนที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทย ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไร ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ โดยเฉพาะครูภูมิปัญญาไทย มีไฟล์บังคับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้อบรมกลุ่มเกษตรกรให้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สถานีเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยแห่งละ500 ครัวเรือน นอกจากนี้ครูภูมิปัญญาไทยยังถ่ายทอดความรู้ในสาขาที่ตนเองถนัดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา เช่น ภูมิปัญญาไทยหมอยาสมุนไพร แกะสลัก ทอผ้า ฯลฯ
ถาม หากมีกิจกรรมที่จะนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าระดับชาติ/ระดับนานาชาติ ควรมีมาตรการในการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างไร
ตอบ ในอดีตเราไม่เคยคำนึงถึงมาตรการใดๆมาก่อน เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญา ถือว่าเป็นศาสตร์สาธารณะ เผยแพร่ให้เปล่า ถือว่าได้บุญได้ทำทานเป็นกุศล จึงไม่คำนึงถึงการแบ่งปันผลประโยชน์ใดๆ อย่างมากก็จะออกกฎกติกา ที่เรียกว่าค่ายกครู เช่น ผ้าขาว1วา ดอกไม้ ธูปเทียน เงิน 2 บาท อะไรทำนองนี้เป็นต้น
ถาม การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรพันธุกรรม เช่น การอนุญาต การกำหนดค่าตอบแทน การแบ่งปันผลประโยชน์ ฯลฯ ควรเป็นอย่างไร มีรูปแบบอย่างไร
ตอบ ข้อนี้เป็นการเสนอเชิงระเบียบ กฎหมาย ขอความกรุณาท่านผู้รู้ช่วยตอบให้ด้วย คนที่เป็นภูมิปัญญาไทยจะไม่เคยคิดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ การบริหารจัดการผลประโยชน์น่าจะมาจากระเบียบวิธีปฏิบัติของชาติตะวันตก จึงยากที่จะตัดสินใจเพราะเป็นแง่มุมคิดคนละวัฒนธรรม ดังนั้นถ้าเห็นว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น ควรที่จะจัดตั้งกรรมการที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เชียวชาญเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ เชี่ยวชาญเรื่องการออกกฎระเบียบในรูปของกฎหมายเฉพาะ
เห็นด้วยไหมกับข้อเสนอนี้ บางเรื่องมีความจำเป็นเพราะกฎหมายสิทธิบัตร ทำให้ทั่วโลกมาก้าวก่ายเรื่องภายในของเราได้มากขึ้น เป็นการช่วงชิงการเอาเปรียบและกอบโกยผลประโยชน์ เช่น ต่างชาติมาจดสิทธิบัตรยาเรื่องเปล้าน้อย เร็วๆนี้ก็มีความพยายามที่จะจดสิทธิบัตรเรื่องพันธุ์ข้าว เรื่องเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย การนวด ฯลฯ
คำถามว่า เราสามารถแบ่งระดับของภูมิปัญญา เป็นระดับชุมชน ระดับภาค ระดับชาติได้อย่างไร
ขอเสนอว่า...น่าจะดู หรือ พิจารณา การใช้ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ด้วยค่ะ...หากเป็นภูมิปัญญาที่ใช้เฉพาะชุมชน ก็เป็นระดับชุมชน หากมีผลกระทบถึงระดับชาติก็จัดเป็นภูมิปัญญาระดับชาติค่ะ......
ด้วยความเคารพค่ะ.....
ยอดเยี่ยมมาก มาแล้ว 1 ความเห็นที่ชัดเจนที่ซู๊ด!
ถาม การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรพันธุกรรม เช่น การอนุญาต การกำหนดค่าตอบแทน การแบ่งปันผลประโยชน์ ฯลฯ ควรเป็นอย่างไร มีรูปแบบอย่างไรตอบ พ่อครูค่ะ สำหรับเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการวิจัยด้วย เช่น เราได้รับทุนวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อผลวิจัยออกมา การจดสิทธิบัตร หรือการเป็นเจ้าของผลวิจัยจะไม่ใช่ของเรา ดังนั้นเราควรจะมีการกำหนดการแบ่งปันผลประโยชน์จากการทำการวิจัยในเมืองไทยหรือไม่ หรือกำหนดว่าต่างประเทศจะเข้ามาศึกษาในเรื่องใดของเราได้บ้าง หรือเป็นนโยบายระดับประเทศว่าต่างประเทศจะสามารถเข้ามาทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยของเรา เช่นพวกสมุนไพร เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามค่ะพ่อ สิ่งที่เราต้องทำ คือจะทำอย่างไรในการสร้างความตระหนักให้แก่คนไทยว่าภูมิปัญญาไทยที่เรามีเราควรมีส่วนร่วมในการรักษาอย่างไร เราชอบอยู่แบบไทย ทำแบบไทย คือ (ให้)เค้าทำอย่างไรกับเราก็ได้ (ในแทบทุกเรื่อง) คือไทยแท้ ต่อให้มีกฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ หรือฯลฯ แต่ถ้าคนไทยไม่ร่วม(สร้าง) มันก็คงเป็นภูมิปัญญาที่แขวน ๆ ๆ ๆ (บ่นเป็นเหมือนกันค่ะ…อิอิ)
ถาม ท่านคิดว่าท่านจะสามารถแบ่งปันให้คนนอกมาใช้ภูมิปัญญาของท่านได้หรือไม่? ระดับใด
เมื่อเช้าไปบล็อกคุณหนิง บันทึกความเห็นเสร็จเนตล่ม...ความคิดสดเมื่อเช้าเลยหายไปซะแล้วค่ะ...
เห็นด้วยกับความคิดของพี่บางทรายในบันทึกคุณหนิง...มีความเห็นเพิ่มนิดหน่อยว่า ไม่น่าจะแบ่งระดับ..ถ้ามองที่ตัวความรู้และภูมิปัญญา คือคิดว่า ภูมิปัญญาไทยเป็นผลจากการคิดหาวิธีการในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้สามารถดำรงอยู่ได้ จะโดยใช้ทรัพยากรท้องถิ่นที่มีหรือจากการดัดแปลงจากความรู้ที่สืบทอดต่อกันมา หรือโดยประสบการณ์ตรง ที่ได้ทดลองทำจนเกิดการสรุปบทเรียนในเบื้องต้น ...ผู้ใดนำไปใช้ต่อก็คือนำไปต่อยอดพัฒนาให้เหมาะกับยุคสมัยไปเรื่อยๆ ให้เหมาะสมกับวิถีไทยที่เปลี่ยนแปลงไป
คิดแบบเถื่อนๆ ว่า แม้แต่พืชสมุนไพรที่บอกว่ารักษาโรคตามตำราไทย หากปลูกที่ดินต่างกัน สภาพสิ่งแวดล้อมต่างกัน...คุณสมบัติก็อาจจะต่างกัน สารธาตุต่างๆก็คงต่างกัน....ดังนั้นผู้ใดแม้ใช้ตำราเดิมรักษาก็อาจได้ผลต่างกัน...การใช้ภูมิปัญญาในการทดลอง คิด วิเคราะห์ สรุป จึงเป็นเรื่องที่ต่อเนื่อง ..ส่วนการจดลิขสิทธิ์...ถ้าใช้หลักปัจจุบัน..ก็น่าจะจด ความคิดรากเง่าดั้งเดิม และมีการจดลิขสิทธิ์เมื่อมีการพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องเหมือนกันค่ะ....
ยอดเยี่ยมทุกท่านเลยครับ
หากปลูกที่ดินต่างกัน สภาพสิ่งแวดล้อมต่างกัน...คุณสมบัติก็อาจจะต่างกัน สารธาตุต่างๆก็คงต่างกัน
ใครว่าความคิดท่านงูๆปลาๆ ผมไล่เต๊ะจริงๆด้วย<table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p> จัดทำฐานข้อมูล หรือคลังข้อมูลภูมิปัญญาไทย </p><table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>
เจ้าพ่อระบบสารสนเทศ ช่วยค้นมาให้แทบหมดกรุ
เชียร์แหลก สู้ๆๆ
นี่ก็น่าทึ่งมาก ทำได้ดีทุกสถานะ ถ้าจะขำขันก็ขำลึก
ถ้าจะเอาวิชาการก็ล้ำลึก แปลกอยู่เรื่องเดียวที่ยังไม่พิสูจน์ เรื่องคู่ตุนาหงัน ค้นตำราหั่นหัวใจผู้ชายไว้เยอะยอดมาก อยากจะได้ทำโคลนนิงแต่ไม่รู้จะทำยังง๋ายๆๆๆ
ท่านนี้สั้นๆ แต่ต่อยกระโดงคางเลย
ขอบคุณอีกครั้งครับ คราวหน้าจะขออนุญาติมาอาศัยบริการอีก
</span><p> </p><p> </p>
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งรักคนนี้ เจอหน้าสักทีเถอะน่า จะคุยแหลกสะบั้น
สวัสดีค่ะพ่อครูขา....
หนิงกราบขอบพระคุณค่ะ และรักกัลยาณมิตรG2K ที่สุดเลยค่ะ
ดีใจที่มีวันนี้....
ตามอ่านของครูบาอยู่ตลอดจนทนไม่ไหวขอแจมด้วยคนครับ
ขอบคุณที่ช่วยสะท้อนมุม เพิ่มการมองให้ชัดเจนขึ้น
ขอบพระคุณค่ะทุกๆท่าน เย้เย้ กัลยาณมิตรG2K นี่ ยิ่งกว่า ปาติหาน ราคา 80 บาท เลยนะคะ ^__*