ความสามัคคี...ก็จะทำให้สังคมนั้นราบเรียบ มีความสุข มีความพร้อมเพรียงกัน ไม่โกลาหล ไม่วุ่นวาย เหมือนกับ วงดนตรี วงนี้ แท้แน่นอน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  ที่มหาวิทยาลัย  มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งจัดการตามโครงการที่เรียนในวิชาที่เรียนรู้  ที่จะต้องฝึกการออกร้าน  และแนวการจัดการในเรื่องต่างๆ  ของคณะบริหารธุรกิจ  
แท้ที่จริงแล้ว  ไม่เกี่ยวกับครูอ้อยสักนิด  แต่เกี่ยวข้องนิดนึง  คือ  รถยนต์ของครูอ้อย  เกิดไปจอดอยู่บริเวณจัดงานนี้พอดี 
จุดเด่นของงานนี้ ก็คือ  มีวงดนตรี  ของนักเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง 
ครูอ้อยเห็นว่า.....น่ารักดี  จึงกดภาพไว้ดู 
จากนั้น  ครูอ้อยก็แอบชื่นชมเด็กๆ   ในขณะนั้นคิดอยู่ 2 เรื่องคือ....... 
 
เรื่องที่ หนึ่ง  คือ  คิดถึงลูกสาวคนที่สอง  ซึ่งเป็นนักดนตรีของโรงเรียนสมัยที่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยม  เช่นกัน   ยิ่งเครื่องเป่า  เธอถนัดนัก  
แต่พอโตขึ้นมา  เรียนจบ และทำงานแล้ว  เครื่องมือต่างๆ  ก็วางลง 
กับเรื่องที่สองก็คือ...การที่วงดนตรีจะมีเสียงได้ไพเราะนั้น  ย่อมเกิดจากเสียงของเครื่องดนตรีหลายๆชิ้น 
ครูอ้อยเฝ้ามองดูการขึ้นเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น  ต่างคนต่างก็ทดลองเสียงของเครื่องดนตรีของตนเอง  โดยไม่สนใจว่า  เสียงออกมาเป็นอย่างไร 
เปรียบสมือน....  ความไม่สามัคคีกันในหมู่คณะ  มีแต่ความวุ่นวาย  ไม่พร้อมเพรียง 
หลังจากนั้นไม่นาน  เครื่องดนตรีทุกชนิด  พร้อมแล้ว  ผู้คุม  ก็ทำสัญญาณมือ  เสียงของดนตรี  ก็เริ่มขึ้น  อย่างมีทำนอง  จังหวะ  ไพเราะยิ่งนัก  เปรียบเสมือน  การอยู่ในสังคม  ที่มีความสมานสามัคคีกัน 
ความพร้อมเพรียงทำให้เสียงเพลงไพเราะ
ความสามัคคี...ก็จะทำให้สังคมนั้นราบเรียบ  มีความสุข  มีความพร้อมเพรียงกัน  ไม่โกลาหล  ไม่วุ่นวาย เหมือนกับ  วงดนตรี  วงนี้  แท้แน่นอน