ปลัดกระทรวงการคลัง คาดผลจัดเก็บรายได้เดือนมีนาคมพลาดเป้า ระบุครึ่งเดือนแรกยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มยังเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ชี้ผลจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด แนะรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หากไม่เร่งดำเนินการผลจัดเก็บรายได้ทั้งปีอยู่ในลักษณะน่าเป็นห่วง นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามตัวเลขผลการจัดเก็บรายได้ ของรัฐบาลในครึ่งแรกของเดือนมีนาคมนี้ ปรากฏว่า มีสัญญาณหลายตัวที่บ่งชี้ว่า ผลการจัดเก็บรายได้ในเดือนนี้ จะต่ำกว่าประมาณการ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภคของประชาชน ภาษีธุรกิจเฉพาะที่เก็บจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอากรแสตมป์ที่เก็บจากการว่าจ้างผลิต นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิต ก็ยังพบว่า ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ก็จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการด้วย “ความไม่มั่นใจของประชาชน ที่ส่งผลให้มีความคิดในด้านลบ เช่น เศรษฐกิจไม่ดี อัตราดอกเบี้ยแพง ราคาน้ำมันผันผวน ปัญหาทางการเมือง และความไม่สงบในภาคใต้ ได้กลายเป็นแรงกดดันให้ผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนมีนาคมต่ำกว่าประมาณการ และหากมองในภาพรวมของผลการจัดเก็บได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 หรือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 ถึงมีนาคม 2550 ที่ต่ำกว่าเป้า จะถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลมีผลการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” ทั้งนี้ ช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 506,682 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณเพียง 3,233 ล้านบาท หรือ 0.6% โดยในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ ต่ำกว่าประมาณการ 5,689 ล้านบาท หรือ 3.1% ส่วนภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 2,892 ล้านบาท หรือ 11.1% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 15.6% และภาษีรถจักรยานยนต์จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 127 ล้านบาท หรือ 14.2% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.9% และหากผลการจัดเก็บรายได้ในเดือนมีนาคม ต่ำกว่าประมาณการเพียงเล็กน้อย ก็จะส่งผลให้การจัดเก็บรวมในช่วง 6 เดือนต่ำกว่าประมาณการไปด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า หากความเชื่อมั่นของประชาชน ยังอยู่ในลักษณะนี้ จะทำให้การจัดเก็บรายได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้าน่าเป็นห่วง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืน ไม่เช่นนั้น เศรษฐกิจไทยอาจทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ โดยเห็นว่า นอกจากที่จะเร่งสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยด้วยกันแล้วยังต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายเรื่อง ที่บั่นทอนความมั่นใจ หรือทำให้นักลงทุนตกใจ เช่น มาตรการกันสำรองเงินทุนจากต่างประเทศ 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พ.ร.บ.คนต่างด้าวและสิทธิบัตรยา “ประเด็นเหล่านี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมเศรษฐกิจไทยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา จึงยังไม่ทรุดตัวไปมากตอบได้เลยว่าเป็นเพราะยังมีบุญเก่าที่ช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่บุญเก่าเหล่านั้น กำลังจะหมดไป สิ่งที่สะสมมานานก็ขาดทุนได้ เพราะความคิดในด้านลบทำให้ทุกคนมองว่าขาดอนาคต”ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีตัวเลขสำคัญ ๆ ทางเศรษฐกิจหลายตัวที่ส่งสัญญาณว่าไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิกฤตการณ์ของความเชื่อมั่น เช่น ยอดการปล่อยสินเชื่อธนาคารลดลง ที่ไม่ได้เกิดจากความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ แต่เกิดจากความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจลดลง ยอดขายรถยนต์และจักรยานยนต์ มีปริมาณลดลง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของงบปี 2550 กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรถยนต์ได้เพียง 23,109 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4,267 ล้านบาท และต่ำกว่าประมาณการในงบปี 2550 ถึง 2,892 ล้านบาท ขณะที่ รถจักรยานยนต์ จัดเก็บภาษีได้เพียง 769 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 127 ล้านบาท <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">กรุงเทพธุรกิจ 26 มีนาคม 2550</p>
ปลัดฯ คลังคาดเดือน มี.ค. จัดเก็บรายได้พลาดเป้า
ปลัดฯ คลังคาดเดือน มี.ค. จัดเก็บรายได้พลาดเป้า
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ทรายใต้โคลน · 26 มี.ค. 2550
BM.chaiwut · 26 มี.ค. 2550
ครูแหวน · 26 มี.ค. 2550
ลิขิต · 26 มี.ค. 2550
เจษฎา ศุนาลัย · 26 มี.ค. 2550
khunnupam · 26 มี.ค. 2550