มาคิดดู ผมน่าจะมีโทษสมบัติ เป็นนักกวนน้ำให้ขุ่น

          ชีวิตของผมทำงานที่ มอ. นานที่สุด เกือบ ๒๐ ปี    ตอนนั้นคงจะมีคนไม่ชอบผมมากทีเดียว     เพราะโทษสมบัติดังกล่าว  

         ผมมองว่าสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ     ต้องการการเปลี่ยนแปลง     ผมมีภาพที่ต้องการรางๆ อยู่ในใจ    และพยายามหาทาง "กวนน้ำ" เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง     ผมเดาว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เป็นคนไม่น่ารัก     ในบางครั้งก็แสดงความก้าวร้าวออกมา     หรืออาจไปกระทบกระทั่งความมั่นคงในตำแหน่ง หรือความสุขสบายในการทำงานของคนบางคน

         พอเข้าฤดู "หน้าเหล้า หน้าข้าว" คือฤดูสรรหาผู้บริหาร      ที่ผมอยู่ในข่ายจะเป็นคู่แข่งด้วย    ก็จะมีขบวนการ "ปิดถนน" ของผมกันโกลาหล     ผมก็เลยสบายไป ไม่ต้องรับงานที่ผมไม่อยากทำ     ผมรักงานวิชาการ หรืองานวิจัยครับ     เวลาอ่านวารสารวิชาการ หรือเขียนบทความวิจัย ผมจะมีความสุขอย่างประหลาด

          ตอนนั้นคล้ายๆ เป็นชีวิต "ขาขึ้น" ในนิยามทั่วไป เมื่อมองที่ตำแหน่งหน้าที่การงาน     ทักษะในการ "กวนน้ำ" เป็นโทษสมบัติ

         ตอนนี้ชีวิตผมอยู่ในช่วง "ขาลง" ในนิยามดังกล่าว    คือเป็นชีวิตที่ไม่สนใจตำแหน่งใดๆ อีกแล้ว     รู้สึกว่า ความชำนาญในการ "กวนน้ำ" ดูจะมีคุณมาก    กลายเป็น "คุณสมบัติ"     เพราะคนเขารู้ ว่าเราไม่ได้ "กวน" เพื่อตนเอง

         เรา (สคส. และภาคี) กำลัง "กวนน้ำ" เพื่อให้ "ภพภูมิใหม่" ของ สคส. มันโผล่โฉมออกมา     เรามีทั้งการ "กวน" เล็กๆ  และ "กวนเกษียรสมุทร" คือกวนครั้งใหญ่ในวันที่ ๒๐ ก.พ., ๘ มี.ค. และ ๒๒ มี.ค. ๕๐    โดยในวันที่ ๒๒ มี.ค. "กวน" ร่วมกับ กลไกของ สสส.

         การ "กวนน้ำ" ในที่นี้ เป็นการสร้างความไม่ชัดเจน (chaos) ขึ้นมา     เพื่อให้ "สะเก็ดความจริง" ที่เราไม่เห็น มันโผล่ออกมา  แล้วเราก็ฝึกมองให้เห็นสะเก็ดเหล่านั้น     และฝึกไล่จับมันให้ได้     เอามาทำความเข้าใจ ทำความชัดเจน และเอามันมาเป็น IC (Intellectual Capital) สำหรับทำงานใน สคส. ยุคที่ ๒     ซึ่งจะต้องเป็น สคส. โฉมใหม่     ต้องเปลี่ยนโฉมในระดับก้าวข้ามเข้าไปอยู่ในภพภูมิใหม่

        การ "ก้าวข้าม" (transcend) นี้น่าสนใจครับ    เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงแบบไม่เห็นรูปเดิม แต่มีของเดิมฝังอยู่     เป็น "IC Inside"    เหมือนดักแด้เปลี่ยนเป็นผีเสื้อนั่นแหละ   

        แล้วผมก็จะได้ "ก้าวข้าม" ไปสู่ภพภูมิใหม่ของผมด้วย     เป็นภพภูมิ หรือชีวิตที่ไม่มีภาระของการเป็นผู้บริหาร

        แต่ผมจะยังทำงานอยู่    เพราะชีวิตของผมขาดงานไม่ได้ (เหมือนขาดเมียคนนี้ (ย้ำคำว่า คนนี้) ไม่ได้นั่นแหละ - มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต)     งานเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต เป็นความหฤหรรษ์ (joy) สำหรับผม

วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๐