สคส. ได้ข้อมูลแบบแว่วๆ ตามลมมาว่า  กฟผ. แม่เมาะ  จังหวัดลำปาง (ขออนุญาตเรียกชื่อที่ติดปากผมนะครับ ว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ)  เขามีการใช้การจัดการความรู้    เราก็เลยติดต่อประสานผ่านทางคุณพินิจ นิลกัณหะ  และพี่ชรินทร์  นัดหมายวันเวลาเป็นวันที่ 19 - 20 มีนาคม 2550  และเราย้ำกับทีมประสานว่าขอไปจับภาพแบบธรรมชาติ  ไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ   ทางโรงไฟฟ้าแม่เมาะก็ OK   

ทีม สคส.  ที่มีคุณจิราวรรณ  เศลารักษ์  และผม  พร้อมอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช  ก็ร่วมทีมไปด้วยครับ

จุดนัดหมายเราไปเจอกันที่ศูนย์ฝึกอบรมโรงไฟฟ้าแม่เมาะตอนเช้าวันที่ 19 มีนาคม       ภาพที่ผมเห็นภาพแรกคือ  บรรยากาศของการฝึกอบรม ตอนแรกก็นึกเอาเองในใจว่า  จะกลายเป็นภาพ KM training อีกหรือเปล่าน้อ?

แต่แล้ว  เราก็เริ่มเห็นภาพบางอย่างค่อยๆชัดขึ้น   บ่ายวันแรกในขณะที่กลุ่มนายช่างไปทำกิจกรรมสัมพันธ์    เราก็ขอสัมภาษณ์แกนนำที่ประกอบด้วย คุณพินิจ  นิลกัณหะ  (หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศ)  คุณชรินทร์  กาญจนรัตน์ (ผช. ผอฝ. บำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ)  คุณจิระชัย  ศรีสมบัติ  (วิศวกรระดับ 8)  คุณสุนทร  ดาวประเสริฐ (วิศกรระดับ 7  มือฉบังด้าน IT) และคุณกมลภัทร  อุฤทธิ์บุญไทย  ที่คอยช่วยประสานงานทั่วไป    ทีมนี้ต้องชมครับว่า  แข็งขัน  ลุย  ไม่รอความช่วยเหลือ  อะไรทำได้ก่อน  ก็จะลองทำลุยไปก่อน

จากการพูดคุยกันช่วงบ่ายทำให้เราเห็นถึง  ภาพใหญ่ของโรงไฟฟ้า ที่ปักธงเอาไว้ว่า  

"ผลิตไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพ  มั่นคง  ต้นทุนต่ำ  โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  เป็นมิตรกับชุมชน  และพนักงานมีความสุขในการทำงาน"

จากคำใหญ่ๆเหล่านี้   คณะทำงานชุดนี้  เชื่อมั่นว่า KM  เป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่จะต่อช่วยต่อภาพ jigsaw ของโรงไฟฟ้าให้สำเร็จได้   และด้วยประสบการณ์ลองผิดลองถูกมาตั้งแต่ปี 2545    ทำให้คณะทำงานเรียนรู้ค้นพบว่า  ที่ผ่านมานั้น  เขามุ่งไปที่ content ใหญ่ๆ และระบบเทคโนโลยี   มากเกินไป  พลังที่เกิดจึงมีไม่มากเท่าที่ควร    แต่พอเริ่มเข้าใจถึงมิติของ  ความสัมพันธ์ของคน  และกระบวนการที่จะนำมาใช้จัดการ   ก็เริ่มเชื่อว่าเครื่องยนต์จะเดินแบบเต็มสูบมากขึ้น   และพอได้ทดลองเดิน  ทดลองทำ   สัมผัสได้ถึงพลัง   โดยเฉพาะจากการ  ลปรร. เรื่องเล่าจากเหล่านายช่าง   ที่ต่างหอบเอาประสบการณ์จากการดูแลบำรุงโรงไฟฟ้ามาเป็นสิบ ยี่สิบปี   มาขึ้นโต๊ะ  ขึ้นกระดาษโรตี  วาดเป็นภาพประกอบ  เล่าให้เพื่อนนายช่างด้วยกันเอง    ต่างคน ต่างแลกเทคนิคกัน    และมีเสียงสะท้อนจากวงสนทนาให้เห็นว่าจะมีคนเอาเทคนิคที่ได้จากการ ลปรร. ไปปรับใช้ในงานของตัวบ้าง  

คณะทำงานเล่าให้เราฟังต่อว่า  เขาเลือกใช้กลยุทธ์การสร้าง Cross Functional Team : CFT  หรือเรียกง่ายๆว่า  "ลปรร. แต่ละสาขาวิชาช่างข้ามโรงไฟฟ้า"   เพราะที่นี่เขามีโรงไฟฟ้าถึง 10 โรง    โดยแบ่งออกเป็น  7 คณะ  ได้แก่  วิชาชีพไฟฟ้า (electrical), วิชาชีพระบบควบคุมอุปกรณ์และเครื่องมือวัด (Control & Instrument), วิชาชีพหม้อน้ำ (Boiler), วิชาชีพกังหัน (Turbine), วิชาชีพบำรุงรักษา FDG (FDG Maintennance), วิชาชีพเดินเครื่องโรงไฟฟ้า (Operation), และวิชาชีพเดินเครื่อง FGD  (FGD Oper.)