บอกแล้วไง ได้ออกไปพูดคุยกันบ้าง ก็จะรู้อะไรดีๆอีก เมื่อรู้แล้วต้องปลงนะ อย่าเก็บเรื่องเหล่านั้นมา อย่ายึดมั่นถือมั่น จงรักษาศีล ห้า ไว้ให้มั่นคง สังคมจึงจะถาวร
เมื่อวานนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เพื่อนรุ่นน้อง ในงานปัจฉิมนิเทศนักเรียน
เธอเล่าเรื่องอะไรในอดีตของเธอ แล้ววกมาเล่าเรื่องต่างๆให้ครูอ้อยฟัง
มีข้อความหลายตอนที่เธอ เหมือนจะบ่งบอกกับครูอ้อยว่า...คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
ครูอ้อยก็ตั้งใจฟังเธอมาโดยตลอด และดูเหมือนเธอก็อยากจะคุยกับครูอ้อยมาก ถึงขนาดลากเก้าอี้ที่เปื้อนฝุ่นแล้วใช้มือตัวเองนั่นหล่ะถูไปมา แล้วตัวเองก็นั่งลงพูดคุยกัน
ในขณะที่เล่านั้น เราทำหน้าที่ปฏิคมต้อนรับผู้ปกครองไปด้วย โดยครูอ้อยเป็นประธาน และเธอเป็นกรรมการ
เราถ่ายรูปให้กันและกันอย่างสนุกสนาน หลายๆครั้งที่เธอพูดอะไรได้อย่างน่าฟัง และตรงกันข้าม หากเธอวีนพูดไม่เป็นเรื่องก็บ่อย เช่นกัน
หันมามองตัวเองดีกว่า เมื่อฟังแล้วก็ต้องปลง ไม่หลงเชื่อ แต่นำมาคิดเพื่อที่จะปรับตัว ปรับใจ กลับขึ้นไปบนตึก ทำงานอย่างสงบเยือกเย็น
ไม่ข้องเกี่ยวกับใคร ใจเป็นสุขก็พอ
ไม่ยึดมั่น ถือมั่น รักษาศีล สังคมเป็นสุขอย่างถาวร
อรุณสวัสครับครูอ้อย
พอมีโอกาศแวะเข้ามาก็เจอครูอ้อยคนแรกเลยครับ
เมื่อวานผมต้องหนีใครบางคนที่พยายามชักชวนให้ผมเป็นสมาชิกขายตรงอะไรซักอย่าง และผมก็หนีมาหลายครั้งแล้ว ถึงขนาดต้องปิดโทรศัพท์ บางที วิธีของครูอ้อยก็น่าจะดีน่ะครับ ทำตัวให้ว่าง นั่งฟังซักวัน แล้วก็กลับมาตัวเปล่า หาเหตุผลดีๆ ปฏิเสธอย่างสุภาพ ไม่เสียน้ำใจ ไม่ปวดหัว ไม่ต้องหนี ดีครับ
ครูอ้อยสบายดีน่ะครับ (สังเกตจากการตื่นเช้า)
สวัสดีค่ะคุณ kareem
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ kareem
รับรู้ รับฟังอย่างเข้าใจ
ช่วยเหลือกันไปตามแต่ศรัทธา...
.....
ผมเชื่อว่าครูอ้อย เป็นที่ปรึกษาที่ดีสำหรับทุกคน และมีคนไม่น้อยที่ชอบคุยกับครูอ้อย
.....
ดูจากไหน....ดูจากบันทึกที่หลากเรื่องราว เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นชีวิต ไงครับ...
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ขอบคุณ..คุณแผ่นดินที่ไม่เหมือนใครค่ะ
เชื่ออย่างนั้น