คำถามไม่ได้เจตนาก่อให้ผู้อ่านท่านปวดหัวมากขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่อยากหยิบประสบการณ์ที่เคยพบมาเล่าให้ฟังว่า ทำไม "LO จึงไม่ใช่ LO อย่างที่คิด"
- LO แรก ย่อมาจาก Learning Organization เป็นคำที่บรรดา KM man ทั้งหลาย น่าจะพอเข้าใจกันดี และอยากไปให้ถึง
- LO ตัวถัดมา ย่อมาจาก Learning Object คำๆ นี้ใช้กันในแวดวงของผู้พัฒนาสื่อ โดยในเมืองไทยที่เด่นๆ เรื่องนี้ ได้แก่ สสวท. และ สวทช. ..ถือเป็นแม่ทัพหลักเรื่องนี้เลยแหละ
พูดแค่นี้เห็นไหมครับว่าต่างกันอย่างไร ..ในที่นี้ขออธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับ LO (Learning Object)
ความหมายโดยสรุป
- เป็นสื่อที่ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากแนวคิดหลักอย่างใดอย่างหนึ่ง
- เป็นหน่วยการเรียนรู้ขนาดเล็ก
- อยู่ในรูปแบบ Digital
- มีความหมายและความเป็นอิสระในตัวเอง
- นำไปใช้ซ้ำได้หลากหลายรูปแบบ
คุณสมบัติ
LO (Learning Object) เป็นนวัตกรรมการพัฒนาเนื้อหาสำหรับระบบ e-Learning รูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน จากคุณสมบัติ ดังนี้
- การใช้ซ้ำ (Reusability) : LO เป็นหน่วยเล็กๆ ของการสอนเพื่อให้เหมาะสมกับการนำมาประกอบใช้เป็น Courseware สามารถนำมาใช้ได้ซ้ำอีก
- การทำงานร่วมกัน (Interoperability) : หน่วยการสอนที่ทำงานร่วมกันได้กับหน่วยการสอนอื่นโดยไม่ขึ้นกับระบบจัดการรายวิชาหรือ LMS
- ความคงทน (Durability) : หน่วยการสอนที่คงทนไม่เสื่อมสภาพ แม้จะมีการส่งผ่านมากน้อยเท่าใด หรือไม่เคยถูกใช้เลยก็ตาม (เหตุผลเพราะเป็น Digital Medias)
- การเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย (Accessibility) : เนื้อหาการเรียนรู้ที่ใช้ได้กับทุกที่ ทุกเวลา สามารถค้นหาและใช้งานข้ามเครือข่ายได้โดยง่าย
ทีนี้จะสื่อสารหรือพูดกับใคร คงต้องดูกันครับว่าพื้นฐานเขามาจากแวดวงอะไร ..จะได้ไม่หน้าแหก
Mirror site : http://wichitc.multiply.com/
LO = Learning Opportunity
เปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้วยตนเอง
เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ในองค์การ

ขอบคุณท่าน อ.jj มากครับ ที่มาต่อยอด(แต่เช้า) ...ตกลงผมได้อีก หนึ่ง LO (Learning Opportuninty)
ขอบคุณอีกครั้งครับ
เรียนพี่วิชิต
ขอบคุณครับ
กัมปนาท
ขอบคุณ
หลักใหญ่ใจความของ LO (Learning Objects) นอกจากคุณสมบัติทั้ง 4 ข้อนั้นแล้ว ....ก็คือเน้นที่เรื่องการใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น (Flexible)
ขอแจมนิดนึง จากประสบการณ์เช่นกันค่ะ ในการนำเสนองานที่เป็นลักษณะ LO จะต้องเกิดเข้าใจ และจบในตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อผู้เรียนเรียนจบในเรื่องนั้นๆ ต้องเกิดความเข้าใจในเรื่องนั้นเลย เช่น ทำเรื่องการทำฝนเทียม หากจะทำเป็น LO (Learning Object) เมื่อผู้เรียนเรียนจบต้องทราบได้เลยว่าเค้าทำกันได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้น และ LO ที่ดี จะต้องมีการออกแบบ ISD ที่ดี
เรียนคุณ แชร์แนวคิด
เข้าใจและอธิบายเพิ่มเติมได้อย่างดีครับ ...อยู่ในความหมายโดยสรุปของ LO ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ..ที่ให้ความเข้าใจ "LO" ทั้งสอง ตัว
ขอบคุณ อ.panda ครับ ..ยังขาดอีกตัวครับ AL ...ภาษาออกทางใต้