บทเรียนจากลิง
เรื่องมีอยู่ว่า ... เขาบอกว่าให้ลองเอาลิง 5 ตัวไว้ในห้องสี่เหลี่ยมทีมีกล้วยหอมใบเขื่องแขวนไว้ที่เพดานกลางห้อง วิธีเดียวที่จะไปถึงกล้วยหอม อันยั่วยวนใจนั้นได้ก็โดยการปีนบันไดที่ตั้งไว้กลางห้อง แต่เมื่อใดก็ตามที่ลิงตัวใดตัวหนึ่งเหยียบบันไดขั้นแรก ก็จะมีท่อฉีดน้ำเย็นจัดไปทั่วห้อง จนลิงทุกตัวหนาวสั่นแทบขาดใจ สุดท้าย...ไม่มีลิงตัวใดอยากปีนบันไดอีก หรือแม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า....
จากนั้น ... เอาลิงตัวที่ 6 เข้าไปในห้องแทนลิงตัวหนึ่งที่หนาวสั่นจนทนไม่ไหว วินาทีแรกที่มันเห็นกล้วยหอม มันก็รีบถลาเข้าหาบันได แต่ก็ถูกสกัดกั้นอย่างโหดร้ายบ้าเลือดจากลิงรุ่นพี่ทั้งสี่ตัว จนลิงน้องใหม่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ บันไดอีกด้วยความงุนงงและประหลาดใจยิ่งนัก....
เอาลิงตัวที่ 7 เข้าไปแทนลิงเก่าอีกตัวหนึ่ง และเหตุการณ์ก็
เกิดขึ้นอีก เมื่อลิงน้องใหม่ล่าสุดถลาเข้าหาบันได เพื่อจะไปเดากล้วยหอม ก็จะถูกรุมกัดอย่างเอา เป็นเอาตายจากรุ่นพี่ทุกตัวรวมทั้งลิงตัวที่ 6 ที่เพิ่งเข้าไปอยู่ใหม่ด้วยแถมยังเกรี้ยวกราดมากกว่าตัวอื่น ทั้งที่ตัวมันเองก็ยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไมการปีนบันไดเป็นสิ่งต้องห้ามและทำไมลิงชุดเก่าจึงต้องกลัวบันไดกันขนาดนั้นแต่มันก็ยินดี ผสมโรงสหบาทาไปกับเขาด้วย และรุนแรงกว่าเสียด้วย
เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อไปอีกนานแสนนาน จนแม้ลิงเก่าชุดแรกจะครบเกษียณอายุ และถูกทดแทนด้วยลิงชุดใหม่ทั้งหมดแล้ว แต่ลิงรุ่นหลังก็พร้อมใจกันปกป้องบันไดกายสิทธิ์ กันอย่างเหนียวแน่น
นี่คือที่มาของนโยบายหรือวัฒนธรรมองค์กร (CORPORATE CULTURE) ที่พนักงานยึดถือปฏิบัติกันอย่าง เคร่งครัดและพร้อมที่จะปกป้องอย่างรุนแรง แม้จะไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือที่มาที่ไปของการประพฤติ (NORMS) และ การปฏิบัติ (STANDARD) ก็ตาม
วัฒนธรรมกิจการเกิดจากคนและหน่วยงานภายในกิจการนั้น คนเราจะมีข้อสมมุติ (ASSUMPTION) ทัศนคติ (ATTITUDE) ค่านิยม (VALUE) และความคาดหวัง (EXPECTATION) ที่แตกต่างกัน เมื่อคนเข้าไปทำงานในหน่วยงานใด ก็จะได้รับการปลูกฝังให้ยึดถือแนวประพฤติปฏิบัติของหน่วยงาน เช่น นิสัย (HABIT)
หลักปฏิบัติ (PRACTICES) และวิธีการทำงาน (STYLE) ที่เป็นลักษณะเฉพาะของหน่วยงาน
ในที่สุดแล้วก็จะผสมผสานกันเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่มีฐานรากมาจากการปฏิบัติในอดีต (PAST PRACTICES) ประเพณี(TRADITION) กฎระเบียบทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็น (RULE) และจารีต (RITUAL) ซึ่งฐานรากบางตัวนั้นก็ยาวนานจนคนรุ่นหลังไม่สามารถอธิบายที่มาได้
<p>
ฝากให้คิดนะคะว่า วัฒนธรรมองค์กรที่สั่งสมกันมายาวนานนั้นบางสิ่งบางอย่างยังใช้ได้หรือไม่ อันไหนบ้างที่กีดขวางความมีประสิทธิภาพของกิจการ และสมควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงอย่างรีบด่วนในยุคคิดใหม่ทำใหม่ </p>
มิฉะนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับลิงในห้องแคบ
</font></strong>
ผมนึกถึงเรื่องของศาสนาพุทธ บ้านเราทันที
เราผลักดันให้เป็นศาสนาประจำชาติ(ทั้งชาติ)
เราปกป้องเมื่อมีใครมาดูหมิ่น หรือว่าลบหลู่
แต่.....
เราไม่รู้ว่าพุทธให้อะไรกับเราบ้าง(นอกจากทำให้ข้อมูลตรงช่อง ศาสนา มีอะไรเขียนหน่อย)
เราไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วการนับถือพุทธ มิใช่แค่พระเครื่อง มิใช่จตุคาม มิใช่หินธิเบต มิใช่ต้นไม้ประหลาด ฯลฯ
และ...
เรายังเป็นคน(ย้ำ เป็นคน)รุ่นหลังที่ไม่รู้ว่าศาสนาพุทธ(กล้วย)มีไว้ให้ถือปฏิบัติ(กิน) มิใช่เพื่อปกป้องโดยไม่ได้ปฏิบัติ(กันไว้ไม่ให้ใครได้กิน)
จริง ๆ แล้ว...
มันไม่ใช่ว่าปฏิบัติกันยากหรือว่าไม่ได้ แต่มีพวก.....ที่พาให้หลงผิด ๆ ปฏิบัติผิด ๆ
เฮ้อ!!!!
ชอบบทความนี้มากเลย ทำให้นึกถึงคนในองค์กร ซึ่งส่วนมากเหมือนลิงจริงๆ อดกินกล้วย ขอบคุณนะคะที่นำบทความดีๆมาฝากกันค่ะ.
คุณโยมJanjaoka(SDU)
เยี่ยมสุดๆ เลย บทความนี้..
พอดีอาตมากำลังคิดเรื่องปัญหาวัฒนธรรมองค์กรคณะสงฆ์อยู่พอดี...(อ้างอิงความเห็นของคุณอุทัยด้วย เป็นปัญหาที่คุณอุทัยเห็น และคนอื่นๆ หลายๆ คนก็เห็น แต่ยังแก้ไม่ได้ โดยเฉพาะตัวเอง)
อาตมาก็บวชมานาน และพระผู้ใหญ่หลายๆ รูป ถูกวัฒนธรรมองค์กรเข้าครอบงำ และหลายๆ ครั้ง ก็คุยกันเรื่องทำนองนี้ ว่าจะแก้อย่างไร ? ...(ประเด็นนี้ค่อยเสนอต่างหาก)
เคยอ่านหนังสือชื่อ เส้นทางพระโพธิสัตว์ (ถ้าจำไม่ผิด) เค้าเล่าว่า สัตว์มักจะทำอะไรเหมือนๆ กัน ตามๆ กัน ... เพราะกระทำอย่างนั้น จะปลอดภัย อบอุ่น เข้ารวมพวกได้...ทำนองนี้
สัตว์ที่มีความเห็นแย้งก็ต้องออกจากฝูง ไปสร้างฝูงใหม่ สร้างวัฒนธรรมใหม่...หรือมีการทะเลาะกันภายในเพื่อทำลายระบบเก่าสร้างระบบใหม่....
ในหนังสือยิว ของท่านคึกฤทธิ์ ท่านให้ความเห็นการแก้ปัญหาว่ามี ๓ ระดับ
แต่ เราอาจเคยได้ยิน เก็บอุดมการณ์ไว้ในลิ้นชัก ...
พอดีอ่านบทความโดนใจนี้จึง ฟุ้ง ขึ้นมาอีก ก็เล่ากันอ่านเล่นๆ
เจริญพร
เห็นด้วยเป็นอย่างมากค่ะนู๋ฝน เก่งมากๆที่เขียนบทความได้น่าสนใจและให้ข้อคิด…ตอนนี้มีลิงเต็มองค์กรเลยที่แย่งกันเป็นจ่าฝูง กัดกัน ทะเลาะกัน บางทีก็แบ่งพรรคพวกกัน…อยากให้ใครเอากะปิมาไล่ลิงพวกนี้ออกไปซะที เพื่อจะได้พัฒนาองค์กรให้เป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง ไม่ใช่ “เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดไปวัน”….สงสารประเทศไทย…
ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกๆความคิดเห็น ว่าแต่ว่าพอจะทราบไหมคะว่าหาหาซื้อกะปิเยอะขนาดนี้ได้ที่ไหน ฮิฮิ
เข้ามาเยี่ยม Blog นักศึกษาค่ะ
ถ้าเราเป็นลิงน้องใหม่ จะเดินไปหาลิงตัวที่แก่และเก๋าที่สุด หรือ จ่าฝูงของลิงด้วยความนอบน้อมถ่อมตน แล้วคุยกันด้วย ภาษา ของลิง (ที่เจมส์ กับ ปังคุง คุยกัน)ให้รู้เรื่อง ว่าต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ใด และ แชร์ความคิดกัน สิ่งใดที่ดีอยู่แล้วควรเก็บไว้ สิ่งใดแย่ต้องแก้ไข เท่านั้นและเวลา คนเปิดประตูให้ลิงตัวใหม่เข้ามา ก็จับคนก่อปัญหาเข้ามาอยู่ในกรงลิงแทน และลิงทุกตัวก็หนีออก มากลับป่า ไปหากล้วยป่ากินฉลองความสำเร็จสู่อิสรภาพ นอกกะลาหวานอร่อยกว่าเยอะเลย 555 (เพราะว่าเขาบอกให้ลอง)