การดุแลผุ้ป่วยแบบองค์รวม

                            วันนี้ได้มีโอกาสไปช่วยอยู่เวรแทนน้องทันตแพทย์ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ค่อนข้างโชคดีหลายเรื่อง จึงมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง เนื่องจากมี ผู้ป่วย น่าสนใจหลายราย และวันนี้รู้สึกว่าตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ทันตแพทย์แบบองค์รวมได้ดีมากวันหนึ่ง เนื่องจากผ่านการสังเกตอย่างถี่ถ้วน จึงสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเล่าสู่กันฟัง (“โรคไตกับแหล่งเชื้อโรคในช่องปาก)

                         ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี ประวัติเป็นโรคไตวายเรื้อรัง แพทย์วางแผนที่จะเปลี่ยนไตจากคุณแม่มาให้ลูกชาย ผู้ป่วยรายนี้มาด้วยอาการกลัวและกังวลหลายอย่าง เช่น เจ็บไหม ไม่ถอนฟันได้ไหม วันนี้หมอบอกทำฟันให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนไต จากการตรวจสภาพในช่องปากมีฟันผุ 2 ซี่ ฟันกรามล่างขวา 2 ซี่ ซี่หนึ่งผุลึกมาก หากกรอโดยไม่ใส่ยาชาคงจะเสียวฟันเพราะคนไข้กลัวทำฟันมาก จึงขออนุญาตใส่ยาชาก่อนอุดฟัน คนไข้ก็กลัวเจ็บตอนฉีดยาชาอีก ถามว่าไม่ฉีดได้ไหม จึงบอกให้เขาเลือก ระหว่างเสียวฟันตอนกรอไว้ กับเจ็บตอนฉีดยาชา เขาจึงเลือกปวดตอนฉีดยา ก่อนฉีดยาชาฉันได้ทายาชาเฉพาะที่ให้บริเวณเหงือกเพื่อจะได้ไม่ปวดเวลาฉีดยาชา ก่อนฉีดยาชาก็ให้ผู้ป่วยฝึกหายใจยาวให้ท้องป่อง และนับค้างไว้ 1-2-3 จึงจะหายใจออก ให้ฝึกอยู่ระยะหนึ่ง จึงถามว่ากลัวน้อยลงไหม เขาบอกว่าดีขึ้นมาก จึงอธิบายให้เขาฟังว่าไตนั้นจะเกี่ยวข้องกับความกล้วด้วยตามศาสตร์ของเต๋าแห่งสุขภาพ ตอนนี้ไตเราป่วยจึงมีส่วนส่งเสริมให้เราเกิดความกลัวมากขึ้นได้ จึงหวังว่าหลังจากได้เปลี่ยนไตเขาคงกล้าเผชิญมากขึ้น และให้ฝึกหายใจยาวให้เป็นนิสัย เพราะช่วงผ่าตัดเปลี่ยนไตอาจมีอาการปวดมาก การหายใจยาว ๆ ลึก ๆ อาจจะช่วยดูแลปอดและถุงลม ทำให้อาการปวดลดลงได้บ้าง ระหว่างกรอฟันคนไข้จะค่อนข้างเกร็งและหายใจไม่ออก อึดอัดบ้างบางครั้ง จึงแนะนำให้เขาหายใจลึก ๆ ไว้เสมอ เขาก็รู้สึกดีขึ้น

                        ในการดูแลผู้ป่วยโรคไตนั้น เราอาจจะต้องระวังเรื่องของแหล่งเชื้อโรคในช่องปาก ซึ่งอาจทำให้มีผลแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ จึงควรดูแลรักษาให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคไตควรดูแลสุขภาพฟันให้ดีไม่ควรมีฟันที่เป็นแหล่งของเชื้อโรคและ หมั่นมาตรวจเช็คทุก 6 เดือน