สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับขณะอยู่ที่ ร.พ. บ้านตาก
น.ส. ลลิดา นาผัด นศ.ฝึกงานหลักสูตรรังสีเทคนิค ม.นเรศวร
สถานที่ โรงพยาบาลบ้านตากเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง มีที่ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาก ครั้งแรกที่มาฝึกงานที่นี่รู้สึกว่าบรรยากาศ ของโรงพยาบาลที่นี่ดีมาก ดูน่าอยู่และสงบเงียบดี มีความสะอาด สวยงาม ซึ่งเป็นจุดเด่นของที่นี่ โรงพยาบาลนี้ถือเป็นโรงพยาบาลที่น่าเข้ามารับบริการทางด้านสุขภาพที่หนึ่งก็ว่าได้ เพราะโรงพยาบาลมีระบบความพร้อมให้บริการทางสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็นแก่ประชาชนทั่วไปได้ สถานที่ทำงานของบุคลากรและเจ้าหน้าที่ ก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย แผนกต่าง ๆ แยกกันเป็นสัดส่วน อย่างชัดเจน ไม่สับสนวุ่นวาย มีป้ายบอกอย่างชัดเจนทุกห้องทำให้ผู้รับบริการที่มาติดต่อประงานต่าง ๆ ได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังมีความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่แล้วไม่พบก็สามารถกดกริ่งเรียก (กดสัญญาณไฟ) เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ยินก็จะเข้ามาให้บริการต่อไป นับว่าได้สร้างความสะดวกแก่ผู้มารับบริการเป็นอย่างยิ่งและจะทำให้ผู้มารับบริการรู้สึกได้ถึงความใส่ใจว่าถึงแม้เจ้าหน้าที่จะยังไม่ว่างแต่เขาก็ยังพร้อมมาถ้าเราเรียกทำให้ผู้รับบริการรู้สึกดีขึ้น
บุคลากรที่นี่มีความเป็นกันเองต่อกัน และต่อผู้มารับบริการทุกคน อีกทั้งยังมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี ที่ว่าในตอนเช้าทุก ๆ เช้าพอเจอหน้ากันทุกคนจะยกมือไหว้กันก่อน ซึ่งสื่อถึงเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน และความเคารพต่อกัน ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อกัน ส่งผลให้การติดต่อประสานงานกันในระหว่างงานและความร่วมมือกันนั้นมีความราบรื่น ไม่ติดขัด งานที่ออกมาจึงมีคุณภาพดี เพราะงานเริ่มจากคนที่ทำงานด้วยกันได้ รู้สึกมีเพื่อนกัน มีทีมทำให้โรงพยาบาลน่าอยู่ ระบบงาน การจัดการระบบงานของโรงพยาบาลบ้านตาก เน้นระบบรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ที่มีมาตรฐาน ระบบงานมุ่งเน้นที่ระบบมาตรฐาน HA ซึ่งก็คือระบบประกันคุณภาพโรงพยาบาล
ระบบงานจริง ๆ ไม่ได้เริ่มที่ที่ว่าต้องทำ HA ให้ผ่านอย่างเดียว แต่มีการประยุกต์เอางานประกันคุณภาพมาแทรกในงานประจำ ทำให้มันดูเป็นการง่ายที่จะทำงานประกันนี้ควบคู่ไปกับงานที่ทำอยู่แล้ว สามารถทำให้เกิดความลื่นไหลของงาน งาน HA ของที่นี่ใช้ระบบ 5 ส เป็นระบบพื้นฐาน ของการทำงาน ทุกสิ่งจึงมีระบบไม่สะเปะสะปะ เมื่อทุกคนร่วมมืองาน 5 ส จึงไม่ใช่งานที่ยุ่งยาก ไม่ใช่งานบังคับ ต่อจากนั้นก็เป็นงานที่มีระบบวางแผนงานที่มีลักษณะเป็นวงล้อคุณภาพ เมื่อวางแผนงานเสร็จก็นำไปปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติเสร็จก็นำไปพูดคุยปรึกษาหารือกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำสิ่งที่ได้มาวิเคราะห์หาความเสี่ยงของงาน ถ้าแผนงานนี้ไม่ดีก็จะได้รีบนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป การแก้ไขปัญหาของงานก็ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทุกคนในหน่วยงานร่วมมือแก้ไขปัญหา มีการระดมความคิด หัวหน้าไม่ใช่คนเดียวที่ตัดสินใจทุกคนในทีมช่วยกันหาสาเหตุให้มากที่สุด และหาทางแก้ไขปัญหานั้น ยิ่งหาสาเหตุได้มากก็ยิ่งดีจะได้ทั้งแก้ไขและป้องกัน ซึ่งทุกเรื่องก็ล้วนแต่เกิดจากการร่วมมือของทุกคนนั่นเอง
อาหาร ช่วงที่มาฝึกงานที่นี่ก็ได้ทานอาหารของโรงครัวของโรงพยาบาล เป็นอภินันทนาการจากโรงพยาบาลบ้านตาก ที่นี่จัดอาหารให้ 2 มื้อ คือมื้อ เช้าและมื้อกลางวัน ทุกวันมื้อเช้าเป็นข้าวต้มหมู ส่วนมื้อกลางวันเป็นอาหารจานเดียวที่เป็นอาหารอย่างเดียวกันกับอาหารที่จัดให้คนไข้ เช่น ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น อาหารที่นี่จึงมีความสะอาด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องท้องเสียสักเท่าไร แต่อาหารมื้อเย็นจะค่อนข้างหากินลำบากเพราะอาหารที่ตลาดค่อนข้างจะไม่อร่อย และร้านข้าวที่นี่จะไม่ค่อยขายในตอนเย็น ที่พัก ห้องที่ทางโรงพยาบาลจัดให้มาพักเป็นห้องพักรับรองของโรงพยาบาล เป็นห้องที่เงียบ และอยู่มุมสุดท้ายของโรงพยาบาล ห้องนี้ปกติจะเป็นห้องที่เอาไว้ให้แขกของโรงพยาบาลเข้ามาพัก และยังให้นักศึกษาฝึกงานระยะสั้นได้เข้ามาพัก ห้องที่พักก็สะอาดเรียบร้อยและกว้างขวางดี อากาศถ่ายเทสะดวก มีเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะให้ ห้องนี้เป็นห้องพัดลม ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างสบาย ๆ ในระหว่างฝึกงาน
สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งในและนอกโรงพยาบาล รู้สึกค่อนข้างมีความปลอดภัยพอสมควรแต่ชุมชนที่นี่จะเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทที่ค่อนข้างเงียบสงบ ดังนั้นพอถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่มเป็นต้นไปตามถนนหนทางจะค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ซึ่งอาจดูน่ากลัวเป็นบางครั้งแต่มันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับข้าพเจ้าเพราะหลังจาก 2 ทุ่มไปก็ไม่มีธุระอะไรที่จะต้องไปทำอยู่แล้ว วิถีชีวิตของคนที่นี่จึงดูสงบเรียบง่ายเพราะดู ๆ แล้ววัฒนธรรมแบบสังคมเมืองยังไม่เข้ามากลืน
ด้านการบริการในแผนกเอกซเรย์ เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องเรียนรู้ ให้ดีในระหว่างการฝึกงานเพราะแผนกนี้เป็นแผนกที่ข้าพเจ้ามาฝึกงาน แผนกเอกซเรย์เป็นแผนกที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพทางรังสี ดังนั้นการบริการการถ่ายภาพเอกซเรย์จึงเป็นหัวใจสำคัญของงาน ผู้มาขอรับบริการการถ่ายภาพเอกซเรย์ จากเราจึงต้องการที่จะได้ภาพถ่ายทางรังสีที่เป็นภาพที่มีความถูกต้องและมีความทันเวลาต่อการนำกลับไปให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรค ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่นักรังสีต้องทำให้ดีที่สุด ที่โรงพยาบาลบ้านตากมีการบริการเอกซเรย์ที่ได้มาตรฐานตามระบบ HA มีการจัดระบบงาน มีการวางแผนขั้นตอนการทำงาน เจ้าหน้าที่เข้าใจกระบวนการทำงาน และมีความรู้ในการทำงาน คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีความผิดพลาดร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับตาเขาได้ เพราะที่นี่ต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากมาตรการรักษาความปลอดภัยของแผนกที่จะต้องมีการป้องกันอันตรายจากรังสีให้ผู้ป่วยทุกครั้ง และไม่เพียงแต่ตัวผู้ป่วยเท่านั้น ญาติผู้ป่วยก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะเขาก็คือผู้มารับบริการคนหนึ่งจะต้องได้รับการปฏิบัติจากเราเป็นอย่างดีเช่นกัน
สิ่งที่อยากให้มีการปรับปรุงเกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกงาน
ต้องการให้มีการจัดการสอนให้มีความรู้เกี่ยวกับการเอกซเรย์ ที่เป็นระบบ คือ ต้องการให้มีการสอนความรู้เรื่องการจัดท่าถ่ายภาพทุกวัน วันละเรื่องทำเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ พูดคุยกัน พอเรียนเป็นประจำแล้ว ก็อาจมีการทดสอบประจำอาทิตย์ ประเมินดูว่านักศึกษาทำได้อย่างที่เรียนไปหรือไม่อย่างไร การสอบอาจเป็นการสอบจัดท่าหรือ สอบปากเปล่า ซึ่งทำกันแบบง่าย ๆ ไม่ต้องเครียดมากถ้าทำได้ก็ให้ผ่านแต่ถ้าทำไม่ได้ก็สอน และแนะนำใหม่จนนักศึกษาฝึกงาน เข้าใจในสิ่งที่สอน มุ่งเน้นไปที่การได้รับความรู้ รวมไปถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นประโยชน์ ส่วนด้านอื่น ๆ คืออยากให้มีการให้นักศึกษาฝึกงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้น เพราะจะได้มีประสบการณ์การทำงานเป็นทีม การทำงานที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง และยังสามารถสร้างความคุ้นเคยให้กับนักศึกษาได้รู้จักทั้งบุคคลและสถานที่อีกด้วย
ช่วงนี้งานเยอะมาก จนไม่มีเวลาเขียน ได้แต่เพียงมาติดตามอ่านครับ พยายามจัดเวลาอยู่ คิดถึงชาวบล็อคทุกคนครับ