ถ้าเลือกการตายได้ จะตายแบบไหน?

คำตอบกว้างๆก็คือ ตายดี บ้าง ตายอย่างมีศักด์ศรี (dead with dignity) บ้าง

คืออย่างไรล่ะ?

นี่คือโจทย์ที่ต้องขบให้แตก พวกเราก็รีบไปค้นหา "นิยาม" ของตายดีกันใหญ่ ค้นหานิยามของ "ศักดิ์ศรี" กันใหญ่ บางคนถึงขนาดไปค้นหานิยามของ "ตาย" มาด้วย เดี๋ยวจะพลาดไปเอา ดี เอา ศักดิ์ศรี ของอะไรที่ไม่ได้ ตายจริง มาจะยิ่งงงกันใหญ่

พอเริ่มค้นก็งงแล้ว เริ่มค้นก็สับสนแล้ว

ผมเขียนพาดพิงถึงปรากฏการณ์นี้ใน มรณวิทยา กับ แพทยศาสตรศึกษา เมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องตายในสังคมยุค linear science หรือ Newton Era นี่เป็นเรื่องอะไรที่ต้องห้าม อัปมงคล แต่คนที่ตามยุคควอนตัมทัน ตามมาอยู่ในยุคไอสไตน์ทัน อาศัยอยู่ใน Chaotic-holistic-interconnectedness world ก็จะมีปัญหาน้อยกว่า

ที่จริง "ตายดี" อาจจะไม่มีนิยาม เพราะการที่เราพยายามจะใช้ wording หรือภาษาที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาบรรยายอะไรบางอย่าง ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มองเห็น หรือจับต้อง หรือตีตรา เป็นความผิดพลาดตั้งแต่ต้น นึกถึงหนังสือ อยู่กับมาร (Living with the devil) ของ Stephen Batchelor ที่คุณสดใส ขันติวรพงศ์แปล ได้อย่างสวยงามน่าพิศวงขึ้นมาทันที (ต้องขอบคุณเจไดวฆ ที่แนะนำด้วยครับ) การที่เราพยายามจัด category ของมาร ว่ามีกี่แบบๆ เป็นการพาตัวไปตกหลุมพรางของมาร เพราะมารนั้นลื่นไหล เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก ตอนที่เราหลงจัดกลุ่มเสร็จ มันก็จะมาหาในอีกรูปแบบนอกเหนือจากที่เราจัดเสมอ

ผมเขียนตอบการบ้านไป 4 ข้อ ตามที่ตอนนั้นพยายาม "คั้น" ออกมาเป็นสิ่งจับต้องได้

  1. ไม่มีความเจ็บปวดทรมาน
  2. ไม่มีภาระคั่งค้าง
  3. คนที่รักเป็นห่วง มีความเข้าใจ และสามารถยอมรับหรือทำใจได้
  4. ขอมีสติสมบูรณ์จวบจนวาระสุดท้าย

ข้อหลังนี่เขียนไปแล้ว บางคนอาจจะนึกถึงหนังไทยยุคหนึ่ง ที่กว่าตัวเอกจะตาย ถูกยิ่งไปกว่า 100 นัด ก็สามารถสั่งเสีย เรียบเรียงประวัติ ไล่ลำดับญาติประมาณ 15 นาที ทำหน้าหล่อ (หรือสวย) อีก 3 นาที ขยับตัวเฮือกๆอีก 7 นาทีเศษๆ (พอให้คนดูรู้ว่าเตรียมตัวสำรวจข้าวของเพื่อจะเดินออกจากโรงภาพยนต์ได้) แต่ไม่ใช่นะครับ ผมอยากมีสติเพื่อจะขอ "พิจารณาความตายด้วยตนเอง เป็นครั้งสุดท้าย" ให้เห็นจริงเสียทีเถิด

ในรายการที่เพื่อนๆผู้เข้าอบรมใส่มาก็มีหลากหลายมากครับ อีกอย่างที่เป็นที่ยอดนิยมคือ ขอตายสวย นั่นคือร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ (ผมถามไปว่าหมายถึงอวัยวะภายในหรือภายนอก คำตอบก็มีหลากหลายอีกนะครับ บางคนบอกหมดเลย บางคนบอกเอาแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็พอ บางคนครบไม่พอ ขอแต่งหน้า แต่งตาเป็นครั้งสุดท้ายด้วย) ซึ่งน่าสนใจ แสดงว่าเรารักห่วงใยในร่างที่เราทะนุถนอมใช้มานานนี่มากทีเดียว

หลวงพี่ไพศาลให้ข้อคิดว่าในบรรดารายการ "ตายดี" ของเรานั้น มีข้อใดบ้างที่เราพอจะ "เตรียม" ได้ หรือเรียกว่าพอจะมี sense of agency ในการที่จะควบคุมให้มันเกิดขึ่นได้ เพราะจะมีบางประการที่จะนอกเหนืออำนาจของตัวเรา หรือแม้กระทั่งนอกเหนือสิ่งที่หมอ พยาบาล ญาติๆที่รู้ว่าเราต้องการอย่างไร จะจัดทำให้ได้ในบริบทเมื่อมาถึง

ประเด็นนี้น่าสนใจ เช่น การเกิดอุบัติเหตุนั้น ต่อให้เราควบคุม ไม่ประมาท ก็จะมีมารทะเร่อทะร่าขับสิบล้อมาชนเราแม้แต่ตอนนั่งในบ้านก็เป็นไปได้ งานการภาระกิจดูเหมือนจะมีไม่หมดไม่สิ้น อารมณ์คนรอบข้างรึก็ผันแปรปรวน ขนาดของเราเองก็ยังต้องฝึกปรืออย่างตั้งใจ เขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ถ้าปัจจัยต่างๆที่เราอยากให้เกิดนั้น มันไม่เกิดล่ะ เราจะทุกข์ไหม เราจะเป็นอย่างไร?

อะไรที่จะเป็นภูมิคุ้มกันของการ "ตายไม่ดี" ได้? มีหรือไม่? และทำอย่างไร?

อิกคิวซังนั่งสมาธิ เสียงบักฮื้อเคาะดังป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก ไม่เห็นมีใคร ยูเรกา ออกมาเลย ปิ๊งแวบดูจะเหือดหายไป

ขออภิปรายต่อตอนหน้า ต้องไปบรรยายแล้วครับ