........
นามนั้นสำคัญในโลกิยะ
แต่ไม่สำคัญในโลกุตตระ
ผู้มุ่งสู่โลกุตตระ พึงละนามไปเป็นลำดับๆ
นามทุกอย่างเกิดแต่สมมติสมมติก็คือนาม
กรรมก็เป็นนาม ผลของกรรมก็เป็นเรื่องของสมมติ
ทุกอย่างในโลก ล้วนสมมติ. โลกุตตระไม่ใช่สมมติ.
นามว่าโลกุตตระนั้นเป็นสมมติ แต่โลกุตตระมิใช่สมมติ.
นามย่อมครอบงำทุกสิ่งในโลก.
ทุกข์เกิดจากชาติ เมื่อไม่มีชาติจะหาทุกข์แต่ที่ไหน ?
ความสืบเนื่องแห่งทุกข์เกิดแต่ตัณหา หากไม่มีตัณหา ทุกข์ก็มิอาจสืบเนื่อง
ตัณหาเกิดแต่การปรุงแต่งจิต จิตที่ไม่ถูกปรุงแต่งย่อมปภัสสร
ที่มันทุกข์เพราะมันมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมิใช่เราปรุงแต่ง
อัตตาย่อมส่งจิตไปภายในบ้าง ภายนอกบ้าง หยุดอยู่บ้าง
ไม่ส่งจิตเข้าใน ทั้งไม่ส่งจิตออกนอก ทั้งไม่ส่งจิตให้หยุดอยู่จึงพ้นจากอุปาทาน
เมื่อไม่ถือมั่นว่าจิตคือเราคืออัตตาของเราแล้วจิตจะแปรปรวนตามพระอนิจจังอย่างไร ก็ไม่อาจนับได้ว่า ส่งจิตออกนอก หรือเข้าในหรือหยุดอยู่. จึงพ้นนาม
การส่งจิต คือสังขาร ไม่ว่าจะส่งไปทางใดก็นับว่าเป็นอัตตา
นั่นล่ะอวิชชาพาไป.
สัจจะ๔พระศาสดาค้นพบมรรคสัจจะเป็นส่วนหนึ่งในสัจจะเหล่านั้น
มรรคาอยู่ได้โดยไม่จำต้องอาศัยคนเดินทาง
คนจะเดินทางได้ จำต้องอาศัยมรรคา. มรรคาไม่ง้อคน คนนั่นล่ะต้องง้อมรรคา.
ทุกข์ปรากฏให้กำหนดรู้
ทุกขสมุทัยปรากฏให้กำหนดละ
ทุกขนิโรธปรากฏให้คลายความกำหนด
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาปรากฏให้กำหนดลงมือทำ
ถูกต้องเลยครับ อ่านแล้วรู้สึกอิ่ม ผู้เขียนที่เขียนได้ขนาดนี้ต้องปฏิบัติธรรมมาพอสมควรเลยนะครับนี่ แยกรูปแยกนามได้ชัดดีครับ
ผมขอเข้าใจเองนะครับว่าคุณ ปทุมารียา เขียนเองโดยไม่ได้คัดลอกมาจากที่อื่น
ถ้าเป็นเช่นที่ผมเข้าใจก็ขออนุโมทนาสาธุดังๆ ครับ
และขอนำเข้าพลาเน็ตของผมด้วยนะครับ
อ่านแล้วก็งงๆอยู่ ศัพท์เทคนิคเยอะเหมือนกัน
มีเวบรวมศัพท์เทคนิคเปล่าครับ?