ยาสีฟันไวท์เทนนิ่ง ตัวการฟันผุ เหตุผสมผงขัดฟัน

นิสิตทันตแพทย์ชี้อันตรายยาสีฟันไวท์เทนนิ่ง ตัวการทำฟันเปราะบาง ผุง่ายและอาจก่ออันตรายให้ระบบโพรงประสาทภายในได้ด้วย ชี้ผงขัดฟันที่ผสมในยาสีฟันมีปริมาณและขนาดไม่เหมาะสมกับสภาพฟันของแต่ละบุคคล

น.ส.มโนวดี สารพานิช นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ยาสีฟันขัดฟันขาวหรือยาสีฟันไวท์เทนนิ่งที่โฆษณาและนิยมใช้กันในปัจจุบัน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากได้ เพราะผงขัดฟันที่ผสมในไวท์เทนนิ่งจะมีลักษณะหยาบกว่าปกติ และมีปริมาณที่อาจไม่เหมาะสมกับบางคน ทำให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติบางลงเรื่อยๆ และสร้างความเสียหายถึงเนื้อฟันข้างในได้

"ปกติแล้วการใช้ผงขัดฟัน ทันตแพทย์จะพิจารณาสภาพฟันของแต่ละบุคคล จากนั้นจึงจะกำหนดปริมาณผงขัดฟัน และระยะเวลาการใช้ที่เหมาะสม เพราะเนื้อฟันของแต่ละคนจะเหลืองไม่เท่ากัน ต่างจากผงขัดฟันที่ผสมอยู่ในยาสีฟันประเภทไวท์เทนนิ่ง จะมีปริมาณที่ตายตัว จึงไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคน" นิสิต กล่าวภายในงานจุฬาฯ วิชาการ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับฟันของคนเราจะแบ่งเป็นชั้นๆ โดยชั้นนอกสุดจะเป็นสารเคลือบฟัน ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุด และมีลักษณะขาวใส ต่อมาจะเป็นชั้นเคลือบรากฟันเป็นส่วนที่ห่อหุ้มเนื้อฟันส่วนราก มีสีเหลืองและความแข็งแรงน้อยกว่าชั้นแรก ตามมาด้วยเนื้อฟัน ที่อยู่ใต้เคลือบฟันในส่วนที่เป็นตัวฟันและรากฟัน และส่วนในสุดของฟัน ได้แก่ โพรงประสาทฟัน

"การใช้ผงขัดฟันบ่อยๆ จะทำให้เคลือบฟันบางลง และจะเห็นสีเหลืองของเนื้อฟันมากขึ้น การที่เราเห็นฟันขาวใสนั้น แท้จริงแล้วเป็นชั้นเคลือบฟัน ซึ่งมีลักษณะเป็นสีขาวใสตามธรรมชาติ แต่ตัวเนื้อฟันจริงๆ แล้วจะมีสีเหลือง ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไรก็จะยิ่งเป็นสีเหลืองเข้มมากขึ้น" หมอฟันรุ่นเยาว์ อธิบาย

การที่เคลือบฟันบางลงเรื่อยๆ จะส่งผลให้การบดเคี้ยวแย่ลง และยังจะทำให้เกิดอาการเสียวฟัน เกิดฟันผุได้ง่าย ซึ่งเป็นโอกาสให้แบคทีเรียสะสมและผลิตกรดออกมากัดกร่อนฟันให้บางลงไปอีก ยิ่งเข้าไปถึงส่วนเนื้อฟันก็จะยิ่งผุได้เร็วขึ้น และยังเป็นอันตรายต่อระบบโพรงประสาทข้างในได้ ส่วนการเลือกซื้อยาสีฟันที่เหมาะสม ควรเลือกชนิดที่มีผงขัดแบบละเอียด โดยยาสีฟันทั่วไปที่ไม่ใช่ไวท์เทนนิ่งจะมีผงขัดที่ละเอียดอยู่แล้ว และต้องผสมฟลูออไรด์ด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ การแปรงฟันอย่างถูกวิธีจะช่วยถนอมสุขภาพช่องปากได้ดีที่สุด

ที่มา คมชัดลึก