เปล่า...ไม่ได้ว่าใครเลย....จะไปว่าใครได้ล่ะ ในเมื่อตัวครูอ้อยเอง....ยังไม่อยากเป็นคนพิเศษ ของใคร จึงต้องมองตัวเองในกระจกทุกๆมุมของชีวิต
อายุจนปูนนี้แล้ว เคยเป็นทั้งลูกน้องและหัวหน้า จึงรู้ว่า ควรจะเป็นอะไรที่จะสบายและเป็นสัจจธรรมที่สุด
แต่เนื่องจากยังเป็นคนอยู่จึงมีความทะเยอทะยานจนไม่รู้จบ เพราะความทะยานอยากนั้น ยังเป็นผลประโยชน์ต่อเพื่อนคนเหมือนกัน จึงยังคงมีความอยากอยู่
อยากอะไร ต้องอยากให้เหมาะสมกับตัวเอง
มีสมรรถภาพพอที่จะอยากสิ่งนั้นได้หรือไม่ หมายถึง ตักน้ำใส่กระโหลก...ชะโงกดูเงา..เสียก่อนที่จะคิดการใดๆ
ครูอ้อยบ่นมาตั้งนาน ทั้งหมดที่บ่นมานี่ล่ะคือตัวครูอ้อย
เปล่า...ไม่ได้ว่าใครเลย....จะไปว่าใครได้ล่ะ ในเมื่อตัวครูอ้อยเอง....ยังไม่อยากเป็นคนพิเศษ ของใคร จึงต้องมองตัวเองในกระจกทุกๆมุมของชีวิต
ที่จะบอกสอนใครให้เขาเชื่อได้บ้าง
พูดอะไรให้ใครเขาศรัทธาได้ไหม
หรือทำอะไรให้ใครเขาหลงเชื่องมงายได้บ้างหรือเปล่า
แต่ครูอ้อยก็ยังคงอยากเป็นหัวหมาอยู่อย่างเดิมนั่นล่ะ ไม่อยากไปเป็นหางให้ใคร
โดยเฉพาะหางราชสีห์ที่จะคอยปัดแกว่งไกวแมลงวันที่ตอมก้นของราชสีห์ตัวนั้น
* Better to be the head lf a dog than the tail lf a lion.
-เป็นใหญ่ในที่เล็กดีกว่าเป็นเล็กในที่ใหญ่
เป็นแนวคิดอีกมุมมองที่ใครหลายคน ไม่คิดและมองในมุมนี้...รู้สึกดีที่ได้อ่าน เหมือนพอเพียง เพียงพอ...
ขอบคุณค่ะ..คุณ nantaporn.a
ครูอ้อยคะ
Remember, Growing older is mandatory. Growing up is optional.
จงจำไว้ว่าการแก่ขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเติบโตนี้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้
ยิ้ม ยิ้ม
เพิ่งเข้ามาในบันทึกครูอ้อย แค่เห็นชื่อบันทึกแต่ละชื่อ น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ แต่คงเข้าไปอ่านได้ไม่หมดภายในวันนี้
คงต้องขออนุญาตเข้ามาแอบอ่านบ่อย ๆ แล้วล่ะคะ
สำหรับตัวเองนั้น เชื่อว่า คนเราสามารถเป็นได้ทั้งหัวหมาและหางราชสีห์ในเวลาเดียวกันได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือภาระหน้าที่ต้องทำในขณะนี้
บางครั้งเราอาจเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงาน ในขณะเดียวกันเราก็เป็นสมาชิกคนนึงในบ้าน ซึ่งมีหัวหน้าครอบครัว
ดังนั้น ถ้าเราทำทุกอย่าง ด้วยกำลังความสามารถ ด้วยความตั้งใจจริง และถูกต้องตามที่ควรจะเป็น เราจะสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองได้เสมอค่ะ
สวัสดีค่ะน้องอึ่งอ๊อบ Miss somporn poungpratoom
คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ visitsri
ขอบคุณค่ะ