วันที่ ๒๘ ก.พ. ๕๐ อ. ประพนธ์ให้เก๋ copy VCD การบรรยายของ Prof. Leif Edvinsson  เรื่อง Intellectual Capital ให้ผม     ผมเอากลับมาเปิดดูที่บ้าน     พอเริ่มต้นบรรยายท่านก็แนะนำผู้ฟังว่า อย่าจดสิ่งที่ท่านพูด     แต่ให้จดสิ่งที่ตนคิด    จดสิ่งที่ตนคิดได้จากการที่คำบรรยายของท่านไป inspire ผู้ฟัง     ทำให้ผมระลึกได้ว่า ในช่วงเวลา ๒ - ๓ ปีมานี้ พฤติกรรมการจดบันทึกของผมเปลี่ยนไป

         ผมจดบันทึกแบบคู่ขนาน     คือส่วนหนึ่งจดสาระของการประชุม     โดยเฉพาะชื่อ คำหลัก และตัวเลข ซึ่งผมจำไม่ค่อยได้     อีกส่วนหนึ่งผมจดความคิดของตนเองที่ผุดหรือปิ๊งแว้บขึ้นมาในระหว่างนั้น     ผมพบว่าการประชุมบางแบบ หรือในกลุ่มผู้ร่วมประชุมบางคน     ผมปิ๊งแว้บได้มากกว่าปกติ   

         กลับจากประชุม ผมเอาบันทึกมาทบทวนและคิดต่อยอดสู่การปฏิบัติ หรือประยุกต์    หรือเอามาคิดต่อ ทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าหมายความว่าอย่างไรแน่ในทางปฏิบัติ และในทางเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ   

         ผมสังเกตว่าบางครั้งการกล่าวเสนอความคิดเห็นของตัวผมเอง ทำให้ผมปิ๊งแว้บ เห็นบางแง่มุมของเรื่องที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน   พอพูดเสร็จต้องรีบจดคำหลักไว้     เพราะเคยมีกรณีเช่นนี้เ แล้วเมื่อผมกลับไปทบทวนความคิดนั้นใน ๑ - ๒ วันให้หลัง ผมนึกไม่ออก

         จดความคิด เป็นการจดความรู้เพื่ออนาคต หรือจดความรู้ในอนาคต    ส่วนการจดคำบรรยายเป็นการจดความรู้ในอดีต

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.พ. ๕๐