His love is like the wind.

You cannot see it, but you can feel it.

       a walk to remember

         A walk to remember (ก้าวสู่ฝัน วันหัวใจพบรัก) เป็นหนึ่งในหนังที่สร้างจากนิยายขายดีที่ทำออกมาได้ดีพอๆกับในตัวนิยาย ทั้งบทพูด การเปลี่ยนคาแรคเตอร์บางอย่างของตัวละคร การตีความที่ปรับให้เนื้อเรื่องสอดคล้องกับยุคสมัย การถ่ายทอดที่ตรงไปตรงมาแต่สอดแทรกไว้ด้วยความอ่อนหวานและละมุนละไมอย่างที่สุด

       สวัสดค่า วันนี้ขอเอานิยายโรแมนติกอีกเรื่องมาเล่าให้ฟังนะคะ นิยายเรื่องนี้คือ ก้าวรักในรอยจำ จากเรื่อง A walk to remember ของ Nicholas Sparks แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา

a walk to remember

วันวานเคยหวานซึ้ง ในเมืองเล็กๆ ที่รัฐนอร์แคโรไลนา                                                                             ยุคสมัยที่ผู้หญิงสวมชุดกระโปรงติดกัน และผู้ชายสวมหมวก
ทุกเดือนเมษายน เมื่อสายลมอุ่นอวลไอทะเลเคล้ากลิ่นดอกไลแล็ก
แลนดอน คาร์เตอร์หวนรำลึกถึงความหลังในปี ๑๙๕๘
ปีสุดท้ายในโรงเรียนมัธยม เขาได้เคยเดตสาวแค่สองคน
แล้วนึกว่านั้น คือ ความรัก สาวคนสุดท้ายที่จะอยู่ในสายตาของเขาคือ เจมี
เธอเป็นลูกสาวสาธุคุณนักเทศน์
และมีบุคลิกที่เหมาะกับคำว่า "ติ๋ม...นิ่ม...เด๋อ"
แต่แล้วเจมีกลับได้กลายเป็นผู้นำพาเขาเข้าถึงจิตวิญญาณเบื้องลึก
ของความเป็นมนุษย์ และสอนให้เขารู้จักรสชาติสุขเศร้าของชีวิต

           ตอนที่เลือกหนังสือนิยายเรื่องนี้มาอ่านเพราะว่าอยากรู้ว่าการแปลของ คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นอย่างไร และที่สำคัญเคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้วเลยอยากรู้ว่าจะเหมือนหรือแตกต่างกันหรือเปล่า

           พอได้อ่านก็รู้สึกว่า "ก็ดีคะ" อ่านได้ซึ้งๆแต่ก็มีบางช่วงที่ไม่ค่อยเชื่อในตัวนิยายเท่าไรนัก ถามว่าเนื้อเรื่องเป็นนิยายโรแมนติกที่สาวๆจะชอบกันไหมก็ต้องบอกว่าก็คงชอบคะ แต่โดยส่วนตัวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ (อ่านก็ซึ้งอยู่นะคะ น้ำตาซึมๆดี) อ่านแล้วรู้สึกเลยคะว่าทำไมนางเอกช่างเป็นคนดีเสียขนาดนั้น ดีสะจนไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ใกล้ก็ต้องพลอยรู้สึกว่าตัวเองนั้นแสนจะเป็นคนไม่ดีเอามากๆ คิดอยู่คะว่าถ้ามีเพื่อนอย่างนี้อยู่จริง คงรู้สึกว่าตัวองเป็นมารร้ายน่าดู (ตัวจริงของตัวเองก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนะคะ อย่าเพิ่งกลัวที่จะได้อ่านต่อค่า ตัวจริงน่ารักอยู่นะคะ ฮิๆๆชมตัวเองวันละนิดจิตชื่นบานดีค่า) อยากมีเพื่อนธรรมดาๆคะไม่ต้องดีจนเลิศเลอมีนิสัยไม่ดีบางเรื่องก็ได้ แต่ก็นะคะมันเป็นเรื่องในนิยายอาจมีคนประเภทอย่างนี้อยู่จริงแต่ก็คงน้อยเต็มทน

         เผอิญว่ามีหนังเรื่องนี้อยู่ด้วยเลยพออ่านหนังสือจบก็ไปค้นดูหนังว่ายังอยู่หรือให้ใครยืมไปหรือเปล่า (ดูรอบสองคะ) โชคช่างเข้าข้างคะ หนังยังมีอยู่แถมเป็น Soundtrack  โอ้โห้!!!! เชื่อไหมค่าขนาดตอนดูเริ่มง่วงๆแล้วยังตาสว่างและดูจนจบรวดเดียวเลยคะ ดูไปก็ทำไห้เข้าใจในบทประพันธ์เพิ่มขึ้น แถมอินกับบทพูดและการแสดงของพระนางเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี (พระเอก-Shane West นางเอก-Mandy Moore หน้าตาสวยหล่อดูแล้วรู้สึกดีค่า) ชอบมากคะเป็นหนึ่งในหนังที่สร้างจากนิยายได้ดีมากเรื่องหนึ่ง ซึ้งมากจนร้องไห้ตามเลยคะ ใครที่ชอบหนังแนวนี้ก็ควรหามาชมนะคะ ถ้าอยากยืมอ่านยืมดูถ้าเจอกันก็ยืมได้คะอยากแบ่งบันสิ่งดีๆให้คนอื่นได้รู้สึกบ้างคะ

           ที่บอกว่าแบ่งปันคงเป็นความรู้สึกอ่อนโยนที่ไม่ต้องสัมผัสได้แต่รู้สึกถึง (จากทั้งในหนังและนิยาย) นั้นก็น่าจะทำให้ใครหลายคนที่อาจจะกำลังรู้สึกเหนื่อยหรือท้อใจกับบางเรื่องอยู่ การได้หยุดพักและค่อยๆเรียนรู้ว่าที่จริงแล้วทุกอย่างที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยูคงไม่ได้มีเพียงแค่งานและความรับผิดชอบเท่านั้นแต่ยังมีบางสิ่งที่คุณเองอาจมองข้ามและละเลยในการให้ความสำคัญไปได้ นั่นคือ การดูแลและห่วงใยในคนที่คุณรักและแคร์ให้มากๆก่อนที่ช่วงเวลาแห่งการแสดงออกนั้นจะไม่มีอีกต่อไป

        ในหนังสือมีประโยคที่เค้าพูดถึงความรักไว้คะว่า

"ความรัก อดทนและเมตตาเสมอ

ความรัก ไม่ริษยา ไม่อวดอ้าง.....

ความรัก ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย.....

ไม่เห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด......

ความรักไม่ยินดีต่อการประพฤติผิด แต่ชื่นชมต่อสัจจะ.....

ความรักพร้อมเสมอที่จะเข้าใจ เชื่อในส่วนดี มีความหวัง

ทั้งทนทานต่อทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น......"

        แล้วความรักของทุกคนละคะเป็นอย่างไง..........