ที่จริงไม่ได้กินเฉพาะหมอ พยาบาลก็กินด้วย ปลาที่ว่านี้เป็นปลาทูที่ตัวเล็กหน่อย ราคาถูก เขาขายเป็นเข่ง เข่งละคงจะเกือบ ๑๐๐ ตัว ราคาตามความจำที่รางเลือน เข่งละ ๕๐ บาท ที่รางเลือนเพราะมันเป็นเหตุการณ์เมื่อ ๔๑ ปีที่แล้ว
เหตุเกิดที่ วอร์ดเด็ก รพ. ศิริราช ผมเป็นอินเทอร์น คุณหมอพณิช พฤกษ์สุนันท์ รุ่นพี่ผม ๑ รุ่น เป็น เรสิเด๊นท์ ดูแลวอร์ดนี้ จำชื่อตึกไม่ได้ชัด เข้าใจว่าตึกอานันทมหิดล ชั้น ๒ ซึ่งคนไข้สมัยนั้นเป็นโรคติดเชื้อเกือบทั้งหมด และงานหนักเอาการ ดังนั้นในวันเสาร์อาทิตย์บางอาทิตย์ หมอพณิชจะชวนผมลงขันออกสตางค์คนละ ๕๐ บาท ให้พยาบาลเอาไปซื้อปลาทูมาเข่งหนึ่ง เอามาต้มกินกันตอนเที่ยง โดยพยาบาลเป็นผู้ต้มและทำน้ำจิ้ม กินกันด้วยมือสนุกและอร่อยมาก ที่สำคัญช่วยสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันได้เป็นอย่างดี แม้ตัวจะไม่ใหญ่แต่ปลาสดมาก เนื้อจึงหวาน เขาไปซื้อที่ตลาดศาลาน้ำร้อนซึ่งอยู่หลังศิริราชนั่นเอง
คุณหมอพณิช แต่งงานกับ รศ. พญ. ฉวีวรรณ เพื่อนรุ่นเดียวกับผม ในวันแต่งงานคู่บ่าวสาววาดลวดลายเต้นรำงดงามมาก ติดตาผมมาจนบัดนี้ แต่น่าเสียดายที่คุณหมอพณิชอายุสั้น เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเสียชีวิตตั้งแต่อายุสามสิบกว่าเท่านั้น
ผมเป็นแพทย์อินเทอร์นอยู่ ๑๒ เดือน หรือ ๓๖๕ วันเต็ม หมุนเวียนฝึกงานไป ๔ ภาควิชา คือ กุมารฯ สูติ ศัลย์ และอายุรศาสตร์ ผ่านไปเกือบครบทุกตึกในโรงพยาบาลศิริราชในขณะนั้น แต่ไม่มีตึกไหนประทับใจเรื่อง "กินสนุก" เท่าวอร์ดกุมารที่มีคุณหมอพณิชเป็นลูกพี่เลย
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.พ. ๕๐
เกิด แก่ เจ็บ ตาย นี่ คนเป็นหมอ หรือชาวบ้าน มะเร็งมันไม่ได้เหลือบตาดู สถานะของใครๆเลย เราจึงเสียดายคนดีอย่างสุดแสนเสียดาย
เรียนอาจารย์หมอ
ครูอ้อยก็ชอบกินปลาทูค่ะ แต่วิธีการกิน ไม่ได้สนุกแบบคุณหมอค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เดี่ยวนี้ปลาทูแพงครับ