ใครจชนะ

เชื่อไหมว่า.. คนทำดีในปัจจุบันนี้ มีอำนาจต่อรองในสังคมน้อยในยามที่เรายืนอยู่กลางทุ่งกว้าง ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ เราจะปลอดโปร่ง หายใจได้คล่อง แต่ถ้าหากมีกลุ่มควันอันเกิดจากเผาขยะลอยมาขับไล่อากาศอันบริสุทธิ์นั้นไป แล้วแผ่ขยายเข้าไปปกคลุมพื้นที่นั้นแทน ย่อมทำให้เรารู้สึกอึกอัด หายใจติดขัดจนแทบกระอักกระอ่วนไปหมด เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่ต่างกับกระแสบาปที่มีพลังมากมาผลักดันกระแสบุญออกไปจากใจ ความเป็นสิริมงคลและความเจริญในชีวิตก็พลอยมลายสิ้นไปด้วย แถมความชั่วร้ายต่างๆ ก็ยังเข้ามาแทนที่อีกชายคนหนึ่งทำความดีมาค่อนชีวิต แต่เขาต้องพบกับความหายนะต่าง ๆ ที่พัดกระหน่ำโหมชีวิดแทบปางตาย ด้วยเหตุเพราะกระแสบุญบาปที่เคยทำไว้ในอดีต ที่มันมีพลังเชี่ยวกรากรุนแรงยิ่งกว่ากระแสบุญที่มีอยู่ในจิตใจของมนุษย์มีพลังงาน 3 อย่างได้แก่ พลังแห่งกุศลธรรม (กระแสบุญ) พลังแห่งอัพยากฤต (กระแสเป็นกลาง) และพลังแห่งอกุศลธรรม (กระแสบาป) ต่างก็คอยแย่งชิงเข้าครอบครองจิตใจมนุษย์อยู่ตลอดเวลา มนุษย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันถูกพลังแห่งอกุศลธรรมครอบคลุมจิตใจมากขึ้น คนใจบาปจึงมีมากตาม ธรรมะย่อมชนะอธรรมจะเป็นจริงได้อย่างไร ถ้าหากฝ่ายธรรมะมีกำลังน้อย การพ่ายแพ้แก่อธรรม ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้สูงเหมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ.. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จริงอยู่บุญนั้นอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ คอยส่งเสริม สนับสนุนให้เรามีสมบัติอันเป็นโลกิยะ (อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข) และโลกุตระ (มรรค ผล นิพพาน) เมื่อใดถ้ากระแสบุญมีพลังน้อย เราจะเอาพลังงานจากไหนมาผลักดันและเอาชนะกระแสบาปได้ สมบัติต่างๆ ที่เราปรารถนาจะมีมาอย่างไร ด้วยเหตุนี้เอง พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนให้หมั่นทำบุญบ่อยๆ แม้เพียงเล็กน้อย เหมือนตุ่มน้ำย่อมเต็มด้วยการตกลงของหยดน้ำทีละหยดฉันนั้น</p>