ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปทำบุญที่ศรีลังกาในระหว่างวันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2550 พบหนังสือ "ชาเพื่อสุขภาพ (Tea for health)" ของท่านอาจารย์ดอกเตอร์ทิซซา อมรคุณ แห่งสถาบันชาศรีลังกาในร้านขายชาชานเมืองแคนดี้ (Mlesna tea centre)
ท่านอาจารย์อมรคุณเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์การชาไว้อย่างน่าอ่าน พร้อมแสดงเหตุผลที่ควรดื่มชา มีภาพ ตาราง และกราฟประกอบพร้อม ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง...
ภาพที่ 1:
หนังสือ "ชาเพื่อสุขภาพ (Tea for Health. Tissa Amarakoon, Ph.D.)"

ศรีลังกาเป็นประเทศที่ปลูกชา และส่งออกชาชั้นนำของโลก... น่าดีใจที่ศรีลังกามีสถาบันวิจัยชาแห่งชาติไว้ทำการศึกษา วิจัย ค้นคว้า และส่งเสริมให้คนทั่วโลกดื่มชา
หนังสือเรื่อง "ชาเพื่อสุขภาพ (Tea for health)" กล่าวถึงประวัติเรื่องชาว่า...
![]()
เมื่อ 4,744 ปีมาแล้ว (2,737 ปีก่อนคริสตกาล / 2737 BC) ใบชา 2-3 ใบปลิวไปตกในน้ำดื่มของจักรพรรดิเฉิน นัง (Shen Nung) โดยบังเอิญ พระองค์ทรงพบว่า น้ำชามีรสดีกว่าน้ำร้อน
พระองค์เชื่อว่า ชาเป็นเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพ และเป็นยาครอบจักรวาล (panacea) รักษาโรคนิ่ว ไข้ การติดเชื้อในทรวงอก (เข้าใจว่า น่าจะเป็นปอดบวม หรือวัณโรค – ผู้เขียน) และเนื้องอกในสมองได้ นอกจากนั้นยังเชื่อว่า กำจัดพิษได้อีก 72 ชนิด
![]()
ผู้ที่มีสิทธิ์ดื่มชาในยุคแรกสุดนั้น... มีเพียงจักรพรรดิ และองคมนตรี ต่อมาจึงค่อยๆ แพร่ไปเป็นเครื่องดื่มของสามัญชน
ปลายศตวรรษที่ 6 (ประมาณ 1,400 ปีก่อน)... คนจีนนิยมดื่มชาเป็นยา และเครื่องดื่ม ความเชื่อว่า ชาเป็นยาชั้นดีได้แพร่หลายไปทั่วโลก
ภาพที่ 2:
กาน้ำชาแบบศรีลังกา ด้านหน้าร้านชา (Mlesna tea centre) เมืองแคนดี้ ศรีลังกา

ภาพที่ 3:
ทางเข้าร้านชา ทำเป็นปูนปั้นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง (half-moon) ซึ่งนิยมสร้างเป็นทางเดินขึ้นโบสถ์ หรือวิหาร

ภาพที่ 4:
ภาพวาดแบบศรีลังกาในร้านชา เมืองแดนดี้ ศรีลังกา โปรดสังเกตกลองศึกสำหรับกษัตริย์นำหน้าช้างทรงของเทวดา (อาจเป็นรูปพระอินทร์)

ภาพที่ 5:
ร้านชาที่เมืองแคนดี้สร้างคร่อมหินน้ำตก... ศรีลังกามีภูเขา และพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ แบบที่ศัพท์ปักษ์ใต้เรียกว่า "ควน (= ภูเขาดินเป็นเนิน)" เต็มไปหมด มีที่ราบค่อนข้างน้อย การสร้างบ้านเรือนจึงต้อง "อิงเขา" หรือสร้างบนที่ลาดชันกันมาก

ภาพที่ 6:
บรรยากาศที่เคาน์เตอร์คิดเงินร้านชา มีเครื่องยิงบาร์โค้ด เสร็จแล้วพิมพ์ใบเสร็จจากคอมพิวเตอร์พร้อม
น่ายินดีที่ผู้หญิงชาวศรีลังการักษาการแต่งกายแบบดั้งเดิม (ส่าหรี + สไบ) ได้ดีมาก
ผู้ชายศรีลังกาประมาณ 90-95% นุ่งแบบสากล ที่จะนุ่งโสร่งแบบศรีลังกามีน้อย ยกเว้นเวลาไปวัด มีผู้ชายบางส่วนจะนุ่งเสื้อขาว โสร่งขาว และมุสลิมที่รักษาชุดแต่งกายประจำชาติ(โสร่ง)ไว้ได้

ภาพที่ 7:
ของที่ระลึก... ด้านในเป็นถ้วยชาเซรามิค

ภาพที่ 8:
เมื่อเปิดถุงออกมา... จะเห็นด้วยชาพร้อมถุงชาผนึกอย่างดีด้านใน 2 ถุง

ปี 1675 (พ.ศ. 2218) โธมัส การ์เวย์นำชาไปจำหน่ายในโรงน้ำชาที่ลอนดอน สหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ) ท่านโฆษณาว่า ชาเป็น "ยาครอบจักรวาล (panacea) ไว้อย่างนี้ครับ...
"ชาช่วยให้สดชื่น แก้ปวดหัว เวียนหัว มึนหัว แก้ภาวะม้ามอุดตัน (ไม่ทราบโรคอะไร - ผู้เขียน)
![]()
ชาผสมกับน้ำผึ้ง (ไม่ใช่น้ำตาล) มีฤทธิ์แก้นิ่วเม็ดน้อยเม็ดใหญ่ ช่วยล้างไต และล้างท่อไต
ชาช่วยแก้ปัญหาการหายใจลำบาก โดยทำให้ทางเดินหายใจที่อุดตันเปิดโล่งออก
![]()
ชาแก้ภาวะ ‘Lipitude distillations (Lippitude = ปวดตา ตาเห็นไม่ชัด น่าจะเป็นโรคต้อหิน หรือ glaucoma) ทำให้สายตาแจ่มใส
ชาแก้ภาวะ ‘Lastitude, and cleanseth and purisieth’ (ไม่ทราบอะไร – ผู้เขียน) และแก้โรคตับร้อน (hot liver – นี่ก็ไม่ทราบว่า โรคอะไรอีก)
![]()
ชารักษาโรค ‘ Crudities’ (ความหยาบกระด้าง) โดยเฉพาะผู้ชายที่มีรูปร่างอ้วนหนา ทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง เพิ่มความอยากอาหาร ช่วยย่อย เช่น ในรายที่กินเนื้อมาก ฯลฯ
ชาแก้ฝันร้าย ช่วยให้สมองโล่ง และช่วยให้ความจำดี"
![]()
การโฆษณายาครอบจักรวาล (panacea)... ไม่ว่าจะเป็นวิตะมิน สารต้านอนุมูลอิสระ หรืออาหารเสริมทุกวันนี้ก็โหมกระหน่ำ(ดุเดือดเกินจริง)ไม่น้อยกว่าคำแนะนำของจักรพรรดิเฉิน นัง หรือคุณโธมัส การ์เวย์เหมือนกัน
ทุกวันนี้คงไม่มีใครเชื่อว่า ชาจะรักษาโรคได้มากมายอย่างนั้นอีกแล้ว แต่คนทั่วโลกต่างยอมรับกันว่า ชาเป็นเครื่องดื่มชั้นดี และเป็นสมุนไพรที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ชั้นดี
![]()
คนเราได้น้ำที่ปนมาในอาหารประมาณครึ่งหนึ่ง ได้น้ำจากการดื่มน้ำอีกครึ่งหนึ่ง... ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากดื่มชาแทนน้ำ
ชาเป็นเครื่องดื่มอันดับ 1 ของโลก กล่าวกันว่า ชาเป็นรองน้ำเปล่าเท่านั้น ชาได้มาจากการเก็บหน่อ (bud) และใบอ่อนบนสุด 2 ใบจากต้นชา (Camellia sinensis)
![]()
ชาแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ชาดำ ชาเขียว และชาอูหลง (Oolong)
สัดส่วนการดื่มชาทั่วโลกพบว่า ชาดำเป็นชาที่ดื่มกันมากที่สุด (78%) รองลงไปเป็นชาเขียว (20%) และชาอูหลง (2%) ตามลำดับ
ชามีสารพฤกษเคมีคือ กลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenols) หลายชนิด โพลีฟีนอลในชามีหลายชนิด ชนิดที่มีมากที่สุดได้แก่ ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ซึ่งนิยมเรียกว่า "คาเธชินส์ (cathechins)"
ตารางที่ 1:
แสดงปริมาณสารพฤกษเคมีโพลีฟีนอลส์ในอาหาร
|
อาหาร |
มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค |
|
ชาดำ |
120-300 |
|
ชาเขียว |
100-200 |
|
ไวน์แดง |
40-140 |
|
แอปเปิล |
6-15 |
|
ถั่วเหลือง(แห้ง) |
76-207 |
|
เต้าหู้ |
35-63 |
|
หัวหอม |
28 |
|
บลูเบอรี่ |
2-36 |
|
เชอรี (Tart cherries) |
26-33 |
|
ผักกาด kale |
22 |
|
ผักสลัดแก้ว (leaf lettuce) |
17 |
สารโพลีฟีนอลส์มีเฉพาะในผลิตภัณฑ์พืช ไม่พบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ท่านที่กินอาหารจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ หัวหอม ฯลฯ จะได้สารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากทุกวัน
![]()
สารโพลีฟีนอลส์ในไวน์แดงมาจากเปลือก และเมล็ดองุ่น
การดื่มแอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์...)เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เสี่ยงต่อโรคมากมาย เช่น มะเร็งช่องปาก ตับอักเสบ ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ ฯลฯ การกินองุ่นน่าจะปลอดภัยกว่าการดื่มไวน์
![]()
ชามีฟลูออไรด์ค่อนข้างสูง ทำให้ชามีส่วนช่วยป้องกันฟันผุได้ คนอังกฤษ(สหราชอาณาจักร)ได้ฟลูออไรด์จากชาวันละ 0.6-2.7 มิลลิกรัม ส่วนคนออสเตรเลีย อินเดีย และศรีลังกาได้รับฟลูออไรด์จากชาวันละ 0.5-2 มิลลิกรัม
ชาแบ่งเป็น 3 ประเภทตามกระบวนการผลิตได้แก่ ชาดำ เช่น ชาจีน ชาฝรั่ง ฯลฯ ชาเขียว และชาอูหลง
แนะนำให้อ่าน:
- "ชากับสารต้านอนุมูลอิสระ ตอน ๒" ที่นี่...
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ]
- หรือที่นี่... http://gotoknow.org/blog/health2you/83536
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Dr. Tissa Amarakoon. The tea institute of Sri Lanka. Tea for health. Melios printing (www.btoptions.com). 2004. page 1-37.
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > http://dictionary.reference.com/search?r=2&q=Lippitude , http://dictionary.reference.com/browse/crudity , http://dictionary.reference.com/browse/corpulent
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Mlesna tea centre (e-mail: [email protected]). 15, Dalada Veediya, Kandy.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐.
- เชิญอ่านบ้านสาระ > http://gotoknow.org/blog/talk2u

ขอบพระคุณ อาจารย์หมอ ครับพี่นำความรู้ดีๆ มาฝาก
ขอขอบคุณ... คุณสาทิตย์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอขอบคุณครับ...
ใช่ ชาซีลอน มั้ยครับอาจารย์ ที่มีชื่อในศรีลังกา
นักลงทุนเงินน้อย: ผมขออนุญาตตอบนะครับ ว่าใช่ ซีลอน = ศรีลังกา (ถูกเปล่า?)
ขอบคุณ
ขอขอบคุณ... คุณสิงห์ป่าสักและท่านผู้อ่านทุกท่าน
กาแฟ...
ไม่ยึด ไม่ติด...
ขอขอบคุณครับ...
ขอขอบคุณ... คุณนักลงทุนเงินน้อยและท่านผู้อ่านทุกท่าน
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Sri_Lanka
ขอขอบคุณ... คุณวีร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2
ดีเหมือนกัน...
ขอขอบคุณครับ...
ขอบพระคุณมากๆจากคนรักชาค่ะ ถูกใจที่สุดเลยค่ะ
เพิ่มนิดนึงค่ะ เรื่องฟลูโอไรด์ในชาี่ เข้าใจว่าต้องดูว่าชาปลูกที่ไหนด้วยค่ะ เพราะมันมาจากดินที่ใช้ปลูก ตอนเรียนป.ตรีที่คณะ จำได้ว่า อ.สอนไว้ว่า ดินในประเทศที่มีภูเขาไฟคือดินที่ใช้ปลูกชาแล้วมีฟลูโอไรด์ค่ะ
ชาที่นำมาทำวิจัย เรื่องผลป้องกันฟันผุที่แรกๆก็ที่ศรีลังกานี่แหละค่ะ
เมื่อกี้มัทเองค่ะที่เขียนเรื่องฟลูโอไรด์