“IT  กับเศรษฐกิจพอเพียง                 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด พระราชดำรัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของประชาชนและสามารถทำมาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้    "….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชนในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการรักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทำการเกษตรได้ และค้าขายได้…"                ในยุคแห่งการไหลบ่าทางเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด  ไร้พรมแดน  ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์   แต่ในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้งกลับทำให้วิถีชีวิตของคนไทยที่มีแต่ความเงียบสงบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน                สื่อ  เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ใช้วัดความเจริญและกระตุ้นความต้องการในทางเศรษฐกิจ  ด้วยความเข้าใจปรัชญาเป็นพื้นฐานว่ามนุษย์เราทุกคนล้วนมีความอยากเป็นที่ตั้ง  การแข่งขันทางเศรษฐกิจจึงส่งผลให้ผู้ผลิตต่างใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นผู้บริโภค  เทคโนโลยีจึงเป็นเครื่องมือในการทำลายวิถีชีวิตของคนไทยไปโดยไม่รู้ตัว   เห็นได้ชัดจากโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต   เพียงแค่อยู่บ้านเฉย ๆ นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ตามต้องการแล้วเหล่านี้เป็นต้น   จะเห็นได้ว่าผู้ที่ผลประโยชน์คือผู้ผลิตไม่ใช่ผู้บริโภค  ในขณะที่ผู้ผลิตนั่งนับเงินรอดูผลกำไรที่งอกเงยขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยแต่ผู้บริโภคกลับต้องหาเงินเพื่อมาสนองความต้องการของตนเองบ้างก็อาจทำงานหาเลี้ยงชีพ  แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องไปกู้ยืมใครเขามาเพื่อสนองความต้องการอย่างไม่มีสิ้นสุดเกิดหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ  สิ่งเหล่านี้คือวัฏจักรชีวิตของคนไทยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน                การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนเราไม่รู้จักมีความพอดีเสมอไป  หากเรารู้จักวิธีคิดที่สามารถสร้างเป็นภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเองได้      ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็น ที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี                                
บรรณานุกรม
www.sufficiencyeconomy.org/ - 24kwww.doae.go.th/report/SE/ - 4k –th.wikipedia.org/wiki/เศรษฐกิจพอเพียงschool.obec.go.th/bpr/www.prdnorth.in.th/The_King/justeconomic.phpwww.moe.go.th/southernstudy/tp.php - 42k