นกแอ่นกินรัง บันทึกหน้าที่ 20  ชื่อตอน ลบคำว่า "ขึ้นคาน" ได้ไหม?

นับเป็น สมุดบันทึกที่เดินทางมาไกลได้ครึ่งชีวิตแล้วหละ ภูมิใจที่ซูด....(ต้าย....beeman ไปได้ไกลเป็นหมื่นลี้แล้ว ครูเล็กยังจะภูมิใจอีกเหรอเนี่ย ที่เพิ่งเขียนมาได้ 20 หน้าเนี่ยนะ  ไม่รู้หละ ขอให้กำลังใจตัวเองหน่อยนะ) 

 คนเขียนบันทึกเล็กๆ นี้ อยากจะปิดตัวสมุดบันทึกลง ...ด้วยความชรามาหลายหนแล้วละ แต่อย่างไรก็ยังคิดถึงอยู่ ยิ่งมีคุณๆ ถามมา เราก็เลยอยากกลับมาบ่อยๆ  

" หลังจากอบรมที่ ม.เกษตรฯ แล้วก็เข้ามาติดตามอยู่ครับ สรุปลูกนกที่บินออกจากรังแล้วไม่กลับรังเดิมเลยหรือครับ

นกใช้เวลาหาคู่นานไหมครับ /

 มีตัวไหนหาคู่ไม่ได้บ้างไหมครับ ขึ้นคานอยู่ตัวเดียว ไม่รู้เหมือนคนหรือเปล่า..."  

ถามมาหลายข้ออยู่นะคะ  อบรมรอบสองดีไหมเนี่ย ?

และขอบอกว่าทางเหนือเนี่ยนะ คำว่า "ขึ้นคาน" ไม่สุภาพที่ซูดดดด..แต่ช่างลูกนกเถอะ โดนใช้คำนี้ซะมั่ง อิอิ

คำถามแรก ลูกนกที่บินออกจากรังแล้ว ไม่กลับที่เดิมเลยหรือ ?

ก่อนตอบ  ต้องย้อยอดีตให้ฟังอีกหน

ตามที่เคยบอกนั่นแหละค่ะว่า เราแอบทำแผนที่บ้าน(รัง) แอบติดเครื่องหมายที่ตัวพ่อแม่นก แล้วก็นั่งดูพวกเขาปีกว่าๆ  ไม่มีพ่อแม่คู่ใดใครล้มหายตายจาก มีแต่ลูกนกสองพวกคือ พวกหนึ่งดิ่งพสุธากลางคัน พวกที่สองเติบโตและบินออกจากรังได้อย่างปลอดภัย

( พอลูกนกออกจากรังไปแล้ว ดูเหมือนพ่อแม่มันจะโล่งอกนะ ...ไม่ใช่ ไม่ใช่...  เราเองที่สบายใจมาก  ที่รู้อายุของลูกนกที่แน่นอน รู้ว่ารอดหรือไม่ ....ยิ่งเจ้าตัวที่ได้รับการกู้ภัยมาก่อนยิ่งเป็นปลื้มมาก ...แต่พระเจ้ากำลังค้อน และทำปากมุบมิบ ตำหนิแล้วว่า ทำเกินหน้าเกินตา..!...)

คำตอบนี้คือ  ไม่มีลูกนกตัวไหนบินกลับมานอนในรังเดิมกับพ่อแม่มันเลย

แต่มันน่าจะกลับมาที่บ้านเดิมได้นะ

หรืออาจจะพลัดหลงไปก็เป็นได้ (ไม่อย่างนั้น บ้านใหม่ๆ จะมีนกมาจากไหนคะ  ก็ลูกนกที่เจริญเพิ่มประชากรไปนี่แหละ)

ต่อไปนี้ก็เป็น verb to เดา ถึงสาเหตุที่มันไม่กลับรังพ่อแม่

เราคาดว่ามันอาจจะไม่รู้ตำแหน่งของรังที่มันเกิด ลูกนกวัยกระเตาะอย่างนี้ใช้อุปกรณ์เอคโคในร่างกายของมันเป็นหรือยังไม่รู้นะ

 เรารู้ว่าพ่อแม่นกกลับเข้ารังได้อย่างไร แม้ว่ามันจะอาศัยในที่มืดมิด (ทราบจากการสังเกต  กับมีตำราบอกไว้ แล้วจะเขียนถึงเรื่องนี้อีกที ..เรื่องนี้สนุกมากเลย)

เรารู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่นกใช้การเปล่งเสียงสะท้อนออกมา เพื่อกำหนดตำแหน่งของรัง มันเคยเข้า-ออกรังที่มันสร้างมากับปาก จนชำนาญ ซึ่งอย่างน้อยลูกนกเองก็ไม่เคยบินออกจากรังไปไหน

แล้วตอนกำลังปล่อยเท้าออกไป สงสัยมัวแต่ตื่นเต้นที่จะได้ถลาปีก อาจจะลืมเปล่งเสียงเอคโคไว้ก็ได้... หรืออีกนัยหนึ่ง มันอาจเป็นพฤติกรรม ที่กำหนดมาโดยยีน ว่าห้ามกลับไปเกาะแม่กินอีก  เรื่องนี้ต้องวิจัยกันอีกหลายปี

 ดังนั้นไม่มีลูกกนกตัวใดกลับมาที่รังเดิม    แต่เดี๋ยวก่อน ตัวที่บินตกใส่กลางรังแล้วเกิดการจิกตี ขับไล่กันทุกเย็นนั่นน่ะ  น่าจะเป็นลูกนกที่ยังไม่มีคู่นะ  จะใช่ลูกนกของรังมันหรือไม่ก็ไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องติดเครื่องหมายที่ตัวลูกนก ก่อนที่มันจะออกจากรัง  ตอนเราทำวิจัยนั้น ไม่ได้ทำเรื่องนี้ไว้ เพราะมีภาระเรื่องอื่นๆ มากโขอยู่ 

เพ-ลานี้ จะทำวิจัยเรื่องนี้ได้แล้ว  มีเจ้าของบ้านรังนกท่านใดจะอนุญาตให้ใช้สถานที่บ้างไหมคะ? ....................คะ?................คะ.?........(ไม่มีเสียงตอบกลับเลยนะ.....ฮา...)

คำถามอื่นขออนุญาตตอบหน้าต่อไปได้หรือเปล่า

แล้วกลับมาติดตามกันต่อนะคะ

ครูเล็ก