ถ้าใครพื้นที่หัวใจยังว่าง ขอผมเถอะ ผมจะเอามาปลูกต้นไม้ ไม้ติดแผ่นดิน ไม้ใช้สอย ไม้ผักยืนต้น ไม้สมุนไพร ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม่ได้คิดมิดีมิร้ายปลูกต้นรักอย่างเดียวเหมือนอีตาขจิตหร๊อกนะจ๊ะ!!

 วันรุ่งขึ้นทีมนักขุดมานั่งจ๋องเงียบๆ นึกไม่ออกว่าอาเฮียบ้านี่จะทำอะไรต่อ ผมเปิดฉากจูนใจ! ทันทีว่า..เราเกือบถึงน้ำแล้ว สู้กันอีกสักตั้งนะ คราวนี้อย่าขุดหลุมใหญ่ เอาชะแลงค่อยๆเจาะให้เป็นรูขนาดขันตักน้ำ ค่อยๆกระทุ้งงัดซ้ายงัดขวาให้แผ่นลูกรักแตกเป็นช่อง พยายามกันหน่อยอย่าให้เสียชื่อนักขุดบันลือโลกสิวะ ถ้าสำเร็จจะเลี้ยงฉลองให้ถึงขนาด เอ้าลุย ลุยๆ  

ทิดจ่อยขมีขมันไต่บันไดลงไปเป็นคนแรก เจาะแผ่นปริศนาอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ฉึก!ฉึก!เสียงสะท้อนขึ้นมาถึงข้างบน แสดงว่าคราวนี้ท่าจะเอาจริงแฮะ ผมเดินกลับไปทำงานต่อ ประมาณเที่ยง ตาแจ้งมาตามว่าทะลุแล้ว ผมนึกในใจว่าอภินิหารมีจริง เพราะเราก็ไม่ทราบว่าแผ่นหินลูกรังนี้จะลึกตื้นหนาบางอย่างไร แต่เมื่อทะลุได้ก็คงจะเจอน้ำเสียที 

เดินไปถึงปากบ่อเห็นท่าทีหง๋อยๆหัวใจผมหล่นไปอยู่ตาตุ่ม  มันเกิดอะไรอีกละทีนี้ ทุกคนแข่งกันเล่าว่า เมื่อทะลุเป็นช่องแล้ว เห็นว่าหินไม่หนามากนัก แค่ฟุตเศษๆจึงงัดจนแตกกระจุย โยงขึ้นมาจนหมด แต่มันก็ไม่เจอน้ำอยู่ดีละเฮีย ตาแจ้งมายืนบ่นใกล้ๆ ผ้มว่าแล้ว..ผ้มว่าแล้ว..ว่าอะไรว่ะ!!..เดี๋ยวก็ถีบตกบ่อเสียเลย เอาเชือกมา จับบันได เฮียจะลงไป 

ผมไต่ลงถึงพื้นเอามือจับดินขึ้นมาดู มันเป็นชั้นดินทรายขาวๆเหนียวไม่ร่วนแดงเหมือนที่ผ่านมา ที่น่าดีใจคืออากาศข้างล่างเปลี่ยนไป ที่เคยร้อนอบอ้าวกลับเย็นกว่าเดิม ผมเริ่มมีความหวังนิดๆแล้วว่าน่าจะ น่าจะ.. ใกล้น้ำแล้ว ไต่ขึ้นมาถึงพื้นดิน ทุกคนมองตาแป๋ว กำลังเล่นเกมส์ทายใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ..พอแค่นี้กลับได้ เก็บอุปกรณ์ให้เป็นที่เป็นทาง ตาแจ้งโพล้งขึ้นมาว่า..จบแล้วใช่ไหมเฮีย จบบ้าอะไรวะ ไป๊พรุ่งมาขุดต่อ คราวนี้งานเหมาโว้ย ใครจะมาไม่มาก็ตามใจ ถ้าขุดได้ลึก1ศอก จ่าย500บาท(เงินห้าร้อยบาทของคนบ้านนอกเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วไม่น้อยนะครับในความรู้สึกของชาวบ้าน)  เซียนขุดบ่อเดินพึมพำกลับไป 

วันรุ่งขึ้น หน้าเก่าเวลาเดิมมากันเพียบ มาถึงไม่รอช้าพากันลงไปขุด โยงดิน ทำแข่งเวลาไม่พูดไม่จา หยุดกินข้าวเที่ยงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ขุดโยงกันอย่างเอาจริงเอาจัง จนกระทั่งเย็นตาแจ้งมารายงานว่า พวกผมขุดได้ 2 ศอกเศษมีดินเปียกขึ้นมา ผมบีบดูมีความชื้นปั้นเป็นก้อนได้ จึงลงไปก้นบ่ออีกครั้งหนึ่ง สังเกตดูแล้วไม่มีตาน้ำ เป็นแต่มีน้ำซึมออกมาช้าๆ ตอนที่ผมลงไปพื้นบ่อแฉะบ้างแล้ว ..เรียกประชุม ให้มาอีกเป็นวันสุดท้าย ช่วยกันเกลี่ยดิน หาไม้มาตีเป็นคอกป้องกันสัตว์เลี้ยงตกลงไป  

วันสุดท้าย ดูทุกคนสบายใจ เพราะคงไม่ได้ทำงานหนักกันอีกแล้ว ผมเอาเชือกมัดไม้ยื่นลงไปชนพื้นบ่อ ดึงขึ้นมาวัดรอยเปียก มีระดับน้ำซึมขึ้นมา 0.70 เมตร หย่อนปิ๊ปลงไปนำน้ำขึ้นมา ทุกคนมารุมตักน้ำไปชิม เอาน้ำมาประพรมศีรษะ ตามเนื้อตามตัว ออกความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเย็นสนิทชื่นใจเหมือนดื่มน้ำอำมฤต นักขุดแสดงความดีใจนอกหน้า ความเหน็ดเหนื่อยไม่สูญเปล่า แม้แต่ตาแจ้งเองก็เปลี่ยนมาคุยโว ว่าทุ่มเทจนได้บ่อน้ำประวัติศาสตร์ ..เอ้า เอาข้าวปลามากินกัน ฉลองกันเสียงดังฟังไม่ทัน เพราะขี้เหล้าแข่งกันเล่าบรรยายสรรพคุณของตนเองระเบิดระเบย ผมนั้นไม่ต้องพูดถึงว่าจะดีใจขนาดไหน อย่างน้อยก็ทำให้คิดอะไรต่อมิอะไรได้เป็นคุ้งเป็นแคว ในระหว่างนั้นเราต้องใช้เกวียนไปบรรทุกน้ำมาใช้ระยะทางเกือบ 3 .. เหมือนในหนังเรื่องนเรศวรเปี๊ยบเลยละครับ ถ้าให้ประเมินมูลค่า รู้สึกว่าในขณะนั้นถ้าใครเอานางสาวไทยมาแลกก็ไม่ยอมอิอิ..

หลังจากนั้นผมก็เริ่มทำแปลงเพาะชำกล้าไม้ เอาเมล็ดยูคาฯมาเพาะ เริ่มปลูกไม้รอบบ้านอย่างมั่นใจมากขึ้น เพราะมีน้ำรดช่วยในฤดูแล้ง ฝนแรกมาก็ไถพื้นที่เตรียมไว้ ลงมือปลูกทยอยไปเรื่อยๆจนเต็มพื้นที่400ไร่ ไม้ผล ไผ่ สะเดา ขี้เหล็ก กระถิน ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้มะค่า ฯลฯ 

    ผมได้ออกแบบการปลูกต้นไม้ในมหาชีวาลัยดังนี้ 

  • บางแปลงจะปลูกไม้กลุ่มอาคาเซียร่วมกับยูคาลิปตัสคนละแถว
  • บางแปลงปลูกไม้พื้นเมืองร่วมกับไม้ต่างประเทศ เช่น อาคาเซียกับกับไม้ประดู่ ไม้แดง
  • บางแปลงปลูกไม้ยางนา ร่วมกับไม้พื้นเมืองอื่นๆ
  • บางแปลงปลูกยางพาราร่วมกับไม้พื้นเมือง
  • บางแปลงปลูกสมผสานกับแปลงหญ้ารูซี่ หญ้ากินี
  • บางแปลงปลูกยูคาลิปตัสล้วนๆ แต่ไม่ได้ตัดไม้เกลี้ยงแปลงเหมือนที่ชาวบ้านทำ จะมีการสางออกเป็นระยะๆ เช่น

ð พอไม้อายุครบ 5 ปี เราก็ตัดออกแถวเว้นแถว 

ð พอไม้อายุครบ 8 ปี เราก็ตัดออกแถวเว้นแถว  

ð พอไม้อายุครบ 12 ปี เราก็ตัดออกแถวเว้นแถว  

ð พอไม้อายุครบ 15 ปี เราก็ตัดออกแถวเว้นแถว 

หลังจากนั้นก็ปล่อยไม้ที่เหลือเป็นแม่ไม้ต่อไป การที่ไม่ตัดไม้เกลี้ยงแปลง ข้อดีก็คือระบบการคืนความอุดมสมบูรณ์ของดินไม่ขาดวงจร กิ่ง เปลือก ใบ ร่วงหล่นลงมาทับถมกันที่หน้าดิน ทำให้มีการส่งและรับในระบบนิเวศ สังเกตว่าการทำเช่นนี้จะมีวัชพืชต่างๆเกิดขึ้นหนาทึบ จนเกรงว่าจะเกิดปัญหาเรื่องไฟป่าหน้าแล้ง  

ตอนนี้เราเริ่มตัดยูคาออกจากแปลง เมื่อไม้พื้นเมืองโตขึ้น ในที่สุดแล้วพื้นที่ก็จะเปลี่ยนเป็นไม้พื้นเมือง 80% ไม้ยูคาลิปตัส 20% ส่วนมากจะเป็นแม่ไม้ หรือไม้ที่ปลูกเพื่อการวิจัยสายพันธุ์ใหม่ๆที่เราร่วมวิจัยกับCSIRO Forestry and Forest Products Australian Tree Seed Centre หน่วยงานนี้ละครับที่เชิญผมไปท่องป่ายูคาลิปตัสในออสเตรเลียจนจุใจ ให้เครื่องไม้เครื่องมือกลั่นน้ำมันมาทดลองในบ้านเรา ทำให้หูตาสว่างขึ้น  

ถามว่าผมรู้จักยูคาลิปตัสดีขึ้นแล้วใช่ไหม ขอตอบว่าเปล่าร๊อกแค่หางอึ่งยังไม่ได้เลย มีเรื่องที่จะต้องศึกษาทดลองอีกมาก โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ในหัวใจคน ที่ผมพยายามทำเรื่อยมา เป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบไปจนตาย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรางวัลมาให้แล้ว ในฐานะเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาปลูกสร้างสวนป่า แต่มาวันนี้ยังทำไม่ได้ ยังกิ๊กก๊อก ขายความคิดไม่ออก จึงอยากจะขอร้องที่รัก 

ถ้าใครพื้นที่หัวใจยังว่าง ขอผมเถอะ ผมจะเอามาปลูกต้นไม้ ไม้ติดแผ่นดิน ไม้ใช้สอย ไม้ผักยืนต้น ไม้สมุนไพร ไม้ดอก ไม้ประดับ  ไม่ได้คิดมิดีมิร้ายปลูกต้นรักอย่างเดียวเหมือนอีตาขจิตหร๊อกนะจ๊ะ!!