หนูนิด ได้ปรึกษาตาเหรียญ และหาแนวทางในการระดมสมอง ตามที่เขียนไว้ในบันทึก ปรับวิธีการทำงาน ลดระยะเวลา กับแนวทางการระดมสมองของหนูนิด เพื่อตาเหรียญและโรงปุ๋ยอัดเม็ดที่บุรีรัมย์


หนูนิดได้เตรียมแบบสอบถามความคิดเห็น ให้กับตัวแทนกลุ่มเครือข่าย 12 คน ไปสำรวจความคิดเห็นมา ทีแรกตั้งคำถามไว้ 5 ข้อ แต่หนูนิดได้เพิ่มข้อที่ 6  เป็นการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้สึกต่อ ตัวของตาเหรียญนั่นเอง ในแง่มุมของการทำงาน การอุทิศตนเพื่อชุมชนตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

นั่นคือ ส่วนหนึ่งของทฤษฎีบริหาร เรื่องการวิพากษ์คนอื่น และวิพากษ์ตนเอง ซึ่งเป็นคุณลักษณะของผู้นำที่กล้าหาญ และเป็นการพัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน พัฒนาสังคม  ซึ่งท่านพุทธทาสเขียนไว้ว่า มนุษย์เกิดมามีทังดีและชั่วอยู่ในตัวคนเดียวกัน ไม่มีใครดีหรือชั่วส่วนเดียว ฝึกหัดมองคนทั้งดีทั้งชั่ว และบอกเจ้าตัวให้ทราบไว้


การเปิดหน้าต่างดวงใจตนเอง ให้ชาวบ้าน วิจารณ์ตาเหรียญ มีวิธีคิดที่น่าสนใจดังนี้
1. การเปิดให้คนอื่นได้มองเรา เป็นการแสดงความใจกล้า ซึ่งเป็นลักษณะของผู้นำอย่างหนึ่ง การที่เรายิ่งรู้มากยิ่งมีโอกาสพัฒนามาก

2. ในขณะที่คนอื่นแสดงทัศนะต่อเรา ต้องหัดฟัง นิ่งเงียบ ฟังอย่างมีสมาธิ ไม่หวั่นไหว ไม่สะทกสะท้าน หรือแสดงออกทางสีหน้า ไม่ว่าอารมณ์โกรธ เสียใจ ตกใจ ฯลฯ การนิ่งคือ คุณสมบัติของผู้นำอย่างหนึ่ง ซึ่งแสดงออกถึงความใจกว้าง ใจร่าเริง


3. คำวิจารณ์ของคนอื่น เป็นการมองต่างมุม อาจจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เรายิ่งรู้มากยิ่งได้เปรียบมาก พัฒนามาก ต้องนำไปคิด นำไปตรึกตรองในเวลาต่อมา แต่มิใช่นำเก็บไปเสียใจหรือเคร่งเครียดในอารมณ์ หรือ คิดแก้แค้น  พึงระลึกเสมอว่า ถ้าเราผ่านเวทีตรงนี้ได้ด้วยความมั่นคงนั่นคือ เราเป็นผู้นำระดับหนึ่งแล้ว