ได้มีโอกาสอ่านหนังสือมงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท ที่เรียบเรียงโดยพระสมชาย ฐานวุฑโฒ สะดุดตาสะดุดใจ ที่มงคล 28 เรื่อง เป็นคนว่าง่าย สาระสำคัญกล่าวถึง การเป็นคนว่าง่าย โดยทั่วไปมักเข้าใจว่า เป็นคนที่เชื่อฟังผู้อื่น ไม่เถียง หรือทำตามคำสั่งสอน ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ ท่านได้จัดประเภทของคนว่าง่าย ออกเป็น 3 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ว่าง่ายเพราะเห็นแก่ได้ คือเป็นคนที่เห็นแก่อามิสสินจ้าง รางวัล จึงว่าง่าย พวกนี้จัดว่าเป็นพวกว่าง่ายเทียม
ประเภทที่ 2 ว่าง่ายเพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง คือ เป็นคนที่ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ใครบอกหรือพาทำอะไรก็ทำ พาไปไหนก็ไป พวกนี้จัดว่าเป็นพวกว่าง่ายเทียม
ประเภทที่ 3 ว่าง่ายเพราะเห็นแก่ความดี คือ คนที่ยึดธรรมะเป็นใหญ่ เห็นธรรมจึงว่าง่าย พวกนี้จัดว่าเป็นพวกว่าง่ายที่แท้จริง
พร้อมนี้ได้มีการสรุปไว้อย่างน่าฟังว่า คนที่เป็นอัมพาต แม้จะมีของดีวางอยู่รอบตัว ก็ไม่อาจหยิบฉวยนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ฉันใด คนหัวดื้อว่ายาก แม้จะมีครูอาจารย์ดีวิเศษแค่ไหน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดเอาวิชา คุณความดี มาใส่ตัวได้ฉันนั้น
หากมองในมุมของการจัดการความรู้ ที่ให้ความสำคัญต่อการใช้ความรู้ที่มีในตัวคน เข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ก่อเกิดเป็นสิ่งสารประโยชน์ต่อการพัฒนาใดๆแล้ว การจัดการความรู้น่าจะมีฐานสำคัญอยู่การบริหารจัดการคน และทันทีที่เราคิดเรื่องนี้ เราจึงเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมชาติ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากมองผ่านแนวคิด ที่ว่าด้วยการเป็นคนว่าง่าย หากหน่วยงานใด ชุมชนใด มีคนว่าง่ายประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 มากกว่า ประเภทที่ 3 เราจะทำอย่างไร หรือ วิธีการที่จะล่วงรู้ว่าคนในหน่วยงาน ในชุมชน มีลักษณะอย่างไร เราจะทำอย่างไร มีกลยุทธ์ ในกระบวนท่าใด
ผมนำประเด็นเช่นนี้ มาแลกเปลี่ยนในเวทีนี้ ด้วยเชื่อมั่นว่าทุกท่านในเวทีนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ซึ่งหากเรารู้คุณลักษณะของคนเป็นอย่างดี วิธีการจัดการความรู้แบบธรรมชาติ ก็จะเห็นภาพแห่งความสำเร็จได้ดีเช่นกัน
คนว่าง่าย
คนที่เป็นอัมพาต แม้จะมีของดีวางอยู่รอบตัว ก็ไม่อาจหยิบฉวยนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ฉันใด คนหัวดื้อว่ายาก แม้จะมีครูอาจารย์ดีวิเศษแค่ไหน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดเอาวิชา คุณความดี มาใส่ตัวได้ฉันนั้น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาง ศิริวรรณ หวังดี · 7 มี.ค. 2550
บอย สหเวช · 7 มี.ค. 2550
Noo_bee · 7 มี.ค. 2550
BM.chaiwut · 7 มี.ค. 2550
ในจิตศาสตร์ ของหลวงวิจิตร วิจิตรวาทการ กล่าวว่า เรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคนนั้น จะประกอบด้วย สัญญา และปัญญา เพื่อคนและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้เคลื่อนไหว ในสัญญา 5 อย่าง ทางตา หู ลิ้น จมูก กาย และใจ ดำเนินไปอย่างว่ายากหรือว่าง่ายของคน ถ้าเราเห็นสุนัขซึ่งต่างจากคน เพราะไม่มีปัญญา มีแต่สัญญาอาการที่แสดงออกมาจะเป็นเชื่องในความที่เป็นเจ้าของอาหารวันละหลายมื้อ เชื่องในความที่เป็นสุนัข คิดไม่เป็นใช้ให้ทำอะไรก็ทำ กับ สุนัขที่เชื่องเพราะธรรมะ ไม่มี เพราะว่าเทวธรรมคือขันติ และโสรัจจะ (อดทนและเสงี่ยม) สุนัขแยกพ่อแม่ได้หรือไม่ เวลาทานอาหารต้องให้พ่อแม่ทานก่อนแล้วค่อยทาน สุนับทำได้หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นที่คนต่างจากเดรัจฉานคือ ปัญญา คนมีปัญญา คือการรู้ผิดชอบชั่วดี ปัญญาจะควบคุมสัญญาไม่ใช้กำเริบใฝ่ทางชั่ว มีคนดี 1ใน 3 ก็ดีแล้ว ถ้าดีด้วยฉลาดด้วยสัก หนึ่งคน จะคุมคนได้เป็น พันเป็นหมื่นคน