คุยกับครูหยุย

สถานการณ์ปัญหาทางสังคมประการหนึ่งที่ฮือฮาเป็นข่าวอยู่เสมอ นั่นคือการแพร่หลายของ “สื่อลามกอนาจาร” ทั้งหลาย ที่มีตั้งแต่สื่อพื้นฐาน เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือที่มีเนื้อหาบรรยายการร่วมเพศ หนังสือภาพการ์ตูนลามก นิตยสารแพร่ภาพโป๊และภาพการร่วมเพศ ปฏิทินภาพโป๊เปลือย ภาพโฆษณาหลากหลายขนาด และข้อความส่อไปในทางลามกอนาจาร ตลอดจนถึงการโหลดภาพลามกไว้หน้าจอมือถือ การขายม้วนวิดีโอ วีซีดี ดีวีดีลามกอย่างโจ๋งครึ่ม และที่น่ากังวลมากที่สุดคือ การแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต ทั้งโชว์เปลือย โชว์สำเร็จความใคร่ โชว์การร่วมเพศ ฯลฯ ซึ่งมากมายและหาซื้อได้ง่าย ภายใต้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยที่ต้องการหากินกับสื่อลามก โดยไม่อินังขังขอบว่าสื่อนานาชนิดทั้งหลายนี้ จะชักนำผู้คนให้หมกมุ่นในทางการมีเพศสัมพันธ์ จนก้าวล่วง ถึงการทำทุกวิถีทางให้ได้บำบัดความใคร่แห่งตน ทั้งในรูปแบบของการหลอกลวง การข่มขืนกระทำชำเราเป็นอาทิ
 
ถามว่าปัญหาการแพร่ภาพของสื่อลามกดังกล่าวมีการจัดการป้องกันและแก้ไขหรือไม่ คำตอบก็คือ “มีอยู่บ้างตามจังหวะเวลาที่มีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน” โดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจเป็นหน่วยงานแรกที่ระดมกวาดล้างจับกุม และแถลงข่าวว่าจับได้ที่โน่นที่นี่จำนวนเท่าไหร่ จับไม่กี่ครั้ง ไม่นานนักปฏิบัติการดังกล่าวก็หยุดหายไป สื่อลามกก็แพร่หลายขายได้เหมือนเดิม ณ ที่เดิม โดยคนเดิม
 
ถามต่อว่า หน่วยงานที่ดูแลจัดการเรื่องนี้คือหน่วยงานใด คำตอบคือมีอยู่หลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจดูแลกวาดล้างจับกุม กระทรวงไอซีทีดูแลปิดเว็บลามกที่ไม่เหมาะสม กระทรวงวัฒนธรรมตรวจตราภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และพฤติกรรมการโชว์ที่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดีของชาติ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคดูแลการโฆษณาที่หมิ่นเหม่ต่อจริยธรรม กระทรวงศึกษาธิการให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนได้เท่าทันต่อปัญหาสื่อลามกอนาจาร โดยหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้มีกฎหมายมากมายให้อำนาจการปฏิบัติอยู่แล้ว ขาดแต่เพียงการบังคับใช้อย่างเอาจริงเอาจังและต่อเนื่องเท่านั้น
 
ถามต่ออีกว่า หน่วยงานทั้งหลายเหล่านี้ ทำงานร่วมไม้ร่วมมือกันเพียงใด ตอบชัด ๆ ตรง ๆ ว่าต่างคนต่างทำ หนักกว่านั้นคือยังทำงานขัดกัน โยนงานกันไปมาชนิดปัดความรับผิดชอบ ที่จะมีทำร่วมกันอยู่บ้างก็จะเป็นระหว่างหน่วยงานบางหน่วยเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่หลายของสื่อลามกไม่สำเร็จสักที
 
คำถามทั้งหลายข้างต้น เป็นคำถามนำที่ต้องการก้าวไปสู่ข้อเสนอในเบื้องต้น ที่จะต้องมีขึ้นอย่างเร่งด่วนคือ “เจ้าภาพหลักในการรวมพลังทุกส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน” ซึ่งผมขอเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีที่กล่าวย้ำอยู่เสมอว่า ต้องการดูแลเด็กและเยาวชนของชาติเป็นสำคัญ โดยขอให้ได้ตั้งรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งเป็นเจ้าภาพและมีผู้แทนระดับสูงในหน่วยงานราชการ และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านนี้มาทำงานร่วมกัน โดยวางระบบพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
 
1. พิจารณากฎหมายให้ครอบคลุมปัญหาและเพิ่มโทษผู้กระทำผิดให้สูงขึ้น
 
2. พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาสื่อลามกแต่ละประเภทอย่างจริงจัง และให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน ประสานกันไปในทิศทางเดียวกัน
 
3. พิจารณาหาทางส่งเสริมให้มีสื่อดีแพร่หลายสำหรับเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น
 
ของ่าย ๆ เพียงสามข้อเท่านี้แหละครับ ทำเถิดครับเพื่ออนาคตที่ดีสำหรับเด็ก และเยาวชนของเรา.

วัลลภ ตังคณานุรักษ์

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์