GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ขนมอร่อยอร่อย :P

ลูกชุบ

                         วันนี้ผมมีเคล็บไม่ลับ เกี่ยวกับการทำขนมลูกชุบ ขนมไทย ๆ ที่อร่อยและมีประโยชน์มาบอกครับ (เผื่อใครสนใจเอาไปทำในช่วงวันหยุด 3-5 มีนาคม 2550 หรือทำไปทำบุญถวายพระในช่วงวันมาฆบูชาครับ แต่ถ้าพระท้องเสียงานนี้ ตัวใครตัวมันนะครับ อิอิ) เอาเป็นว่าไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วแหละครับ มาดูส่วนผสมกันดีกว่าครับ

ส่วนผสมตัวลูกชุบ

ถั่วเขียวลอกเปลือกเหลือแต่เนื้อใน ๑ ถ้วยตวง

หัวกะทิ ๓/๔ ถ้วยตวง

น้ำตาลทราย ๑ ถ้วยตวง

(หรือใครจะใช้ทางลัดโดยการซื้อถั่วกวน ๑/๔ กิโลกรัมเลยก็ได้)

ส่วนผสมวุ้นเคลือบลูกชุบ

วุ้นผง ๑ ช้อนโต๊ะ

น้ำลอยดอกมะลิ ๒ ถ้วยตวง

น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วยตวง

สีผสมอาหารสีใดก็ได้ตามใจชอบ

วิธีทำนะครับ

             แม้ลูกชุบจะดูเป็นขนมไทยๆ แต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะครับ

ขั้นตอนแรกนำถั่วเขียวแช่ในน้ำสะอาด ๔-๕ ชั่วโมง ให้เปลือกอ่อนตัว ล้างเปลือกออกให้หมด นำถั่วเขียวไปต้มจนเปื่อยแล้วนำมาปั่นหรือโขลกให้ละเอียด จากนั้นเอาไปกวนในกระทะไฟปานกลาง รวมกับหัวกะทิและน้ำตาลที่เตรียมไว้จนแห้ง และเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้วค่อยยกลง ทิ้งรอไว้ให้เย็นก่อน ส่วนใครที่ไม่อยากยุ่งยากกับการกวนถั่วก็ไปตลาดซื้อถั่วกวนมาเลยก็ได้

ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นที่สนุกที่สุด เพราะคนทำจะได้ใช้จินตนาการอันบรรเจิดสร้างสรรค์ถั่วกวน ให้กลายเป็นรูปทรงต่างๆด้วยการปั้น (ขอแนะนำให้ล้างมือก่อนปั้นนะครับ) ส่วนมากที่เห็นตามท้องตลาดก็มักจะปั้นกันเป็นรูปผลไม้ แต่ใครจะแหวกแนวปั้นเป็นหมู หมา กา ไก่ อันนี้ก็แล้วแต่ความสามารถส่วนบุคคล เมื่อปั้นเสร็จแล้วแต้มสีผสมอาหารให้สวยงาม แล้วเสียบไม้ทิ้งไว้รอให้สีแห้ง

จากนั้นนำผงวุ้นผสมกับน้ำตั้งไฟจนละลาย ใส่น้ำตาลทรายลงไปเคี่ยวจนเดือดข้น จากนั้นยกลงรอให้วุ้นอุ่น แล้วนำถั่วกวนที่สีแห้งแล้วลงชุบวุ้น แล้วพักไว้จนวุ้นแข็งตัว ก่อนจะชุบซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้ลูกชุบสวยเป็นเงา แล้วก็เป็นอันเสร็จ แหม... นอกจากจะได้ลูกชุบเป็นของกินแล้วก็ยังเป็นงานศิลปะได้อีกด้วยนะครับ และถ้าทำกันเสร็จแล้วอย่าลืมเอามาให้ผมชิมบ้างนะครับ อิอิ : )

เด็กชายพุงเต่งเข้าครัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ขนมไทย
หมายเลขบันทึก: 81592
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

อ่านดูเหมือนง่ายเนอะ  ต้องลองทำถึงจะรู้