อาจารย์ได้เล่าว่าทุกครั้งที่สอนนักเรียน อาจารย์จะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้นักเรียนฟัง อาจารย์มักจะบอกนักเรียนอยู่เสมอๆว่า "อย่าคิดว่าเรียนแค่นี้ก็รู้พอแล้ว" ซึ่งความรู้ที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอ เราจะต้องหาไปเรื่อยๆในทุกที่และทุกแห่ง และเรื่องที่อาจารย์เล่านี้จะสอนนักเรียนได้ว่า ทำไมเราเรียนยังไงก็ไม่พอ
เรื่องที่เล่านี้เกิดในประเทศจีน มีศิษย์คนหนึ่งบอกอาจารย์ว่าเขาต้องการจะลงจากเขาเพราะความรู้ของตนนั้นมีมากพอแล้วไม่มีอะไรที่จะต้องเรียนอีกต่อไป อาจารย์ได้ฟังดังนั้นจึงบอกให้ศิษย์เอาชามไปใส่หินมาให้เต็ม พอมาถึงอาจารย์ก็ถามว่าชามนี้เต็มหรือยัง ศิษย์ก็ตอบว่าเต็มแล้ว อาจารย์จึงบอกว่าให้เอาทรายไปใส่ในชามอีกและศิษย์ก็ทำตาม ชามนั้นก็ยงใส่ได้อีกมาก พอมาถึง อาจารย์ก็ถามอีกว่าชามนี้เต็มหรือยัง ศิษย์ก็ตอบว่าเต็มแล้ว อาจารย์ก็บอกให้เอาน้ำใส่ในชามเดิมอีก แล้วถามศิษย์ว่าชามนี้เต็มหรือยัง ศิษย์ก็ตอบว่าเต็มแล้ว
อาจารย์จึงบอกว่า "เจ้าตอบสองครั้งแล้วว่าชามนี้เต็มแล้ว แต่ก็ยังสามารถใส่ทรายกับน้ำเพิ่มได้อีก " นั่นแสดงว่าความรู้ของคนเราเรียนเท่าไหร่ก็ไม่จบจะบอกว่ารู้มากแล้วไม่ได้ เพราะในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย ดังนั้น เราจึงควรศึกษาอยู่เสมอ ไม่ควรคิดว่าเรามีความรู้มากแล้ว ศิษย์ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจที่อาจารย์พูดและไม่ทนงตนว่าตนรูมากแล้ว
เมื่อนักเรียนในห้องได้ฟังจึงเข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอน อาจารย์อยากให้นักเรียนทุกคนของอาจารย์หาความรู้ในรูปแบบต่างๆและหลากหลาย นักเรียนทุกคนจึงควรกระตือรือร้นในการเรียนและหาความรู้มากขึ้นจากที่ต่างๆ
เห็นด้วยกับอ.พันธุ์ทิพย์ค่ะ เพราะทุกครั้งที่อ.มาสอน หรือโฮมรูม มักจะเล่าเกร็ดความรู้เล็กน้อยให้พวกหนูฟังเสมอ^^ถึงคนเพื่อนๆคนอื่นไม่ฟัง หนูก็ฟังอยู่ดีค่ะ ^^ แหะๆๆครูเป็นที่ปรึกษาหนู ทำไมหนูจะไม่รู้หล่ะคะ อิอิ
เคารพ อ.มากเลยค่ะ
จากเด็กที่เคารพอาจารย์อย่างจิงใจสุดๆๆ