เมื่อคืนวันที่ 28 ก.พ.50 ได้มีโอกาสเข้าไปทำธุระใน "วัดโรงวาส" ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้พบกับพระสมุห์โสภณ ท่านเห็นหน้าผมก็เลยปรารภว่าอยากจะแกะสลัก "พระลาก" ซึ่งเป็นพระปางห้ามมาร ซึ่งองค์เดิมแกะสลักด้วยไม้อะไรไม่ปรากฏ เป็นฝีมือช่างพื้นบ้าน ไม่ปรากฏประวัติผู้แกะสลักเช่นกัน มีอายุกว่าร้อยปี และเป็นที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้านและบ้านใกล้เรือนเตียง ที่เชื่อกันว่ามีคุณทางการให้ลาภ การประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน - นั่นเป็นความเชื่อของชาวบ้านครับ
แต่ประเด็นที่จะเล่าสู่กันฟังคือ การจะแกะสลักองค์พระใหม่แทนองค์เดิม ไม่น่าจะดี ซึ่งผมได้เสนอไปกับพระสมุห์ฯ แล้วว่า พระองค์เดิมสวยงามแบบช่างพื้นบ้าน แม้มีแตกหรือชำรุดบ้างน่าจะใช้วิธีการซ่อมดีกว่า ตุณค่าและความศรัธาต่อพระองค์นี้แม้จะมีมาแทนที่ใหม่กว่า สวยกว่า ใหญ่กว่า ฯลฯ ย่อมไม่สามารถทดแทนความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธรูปองค์เดิมได้ ณ วันที่บันทึกนี้ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่แน่ใจว่าในอนาคตสามารถเปลี่ยนความคิดดังกล่าวได้หรือไม่
ซึ่งการไปที่วัดครั้งนี้ได้เห็นรูปปั้นพระครูญาณวิมล(สุย) ที่ผมปั้นไว้ตั้งแต่ปี 2524 อยู่ในสภาพดี เป็นต้นแบบในการสร้างองค์ที่โตกว่าขึ้นมาอีก
พระครูญาณวิมล(สุย)เป็นพระที่สร้างวัดโรงวาส ซึ่งเดิมวัดอยู่ที่หมู่บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และเป็นสถานที่เดียวกับแหล่งที่พบ "พระพุทธรูปยายเขียด" ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดยางแดง ต.ยางแดง อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อันเลื่องชื่อ ด้านสัจจะ รูปปันลอยตัวผมพระครูญาณวิมล(สุย)ที่สร้าง มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ12 นิ้ว ตอนที่มีผู้มาติดต่อให้ปั้นนั้น ท่านที่มาติดต่อเล่าให้ฟังว่าเดิมไม่มีใครสนใจอดีตเจ้าอาวาสองค์นี้หรอก แต่ทราบว่าท่านสุย พูดคำไหนแล้วมักจะเป็นตำนั้น ผู้ที่มาขอให้ปันบอกว่าท่านอธิษฐานขอให้ถูกรางวัลแล้วจะสร้างรูปปั้นจำลองให้ ซึ่งก็ประสบผลดังอธิษฐาน ผมในฐานะผู้ปั้นรูปปั้นดังกล่าวจึงบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ เพราะผู้ที่มาติดต่อให้ปั้นปัจจุบันนี้ได้ลาโลกไปแล้วด้วยอายุ 80 เศษ ตอนแรกๆที่ผู้ให้ปั้นนำไปตั้งไว้ในโบสถ์ ก็ดูธรรมดาเพราะเป็นของใหม่ แต่ปัจจุบันอยายุปูนปั้น 26 ปีแล้ว ร่องรอยการปิดทองย่อมเป็นที่ประจักษ์ในความสำเร็จของผู้นำทองมาปิดคงไม่ต้องเล่าว่าคนเหล่านั้นอธิษฐานอย่างไร
ผมในฐานะผู้สร้างงานศิลป์เพียงแต่ภูมิใจที่งานศิลป์ของผมสามารถสร้างความศรัทธาที่มีต่ออดีตเจ้าอาวาส "ท่านสุย" ได้ เท่านั้นเอง
วันนี้ท่านสมุห์โสภณ ได้นำความศรัทธาของชาวบ้านมาสร้างต่อ โดยพิมพ์พระลากและรูป "ท่านสุย" ออกเป็นวัตถุมงคล ให้ผู้ศรัทธาได้เป็นเจ้าของ วันหลังจะเล่าเรื่องเทคนิคการพิมพ์พระด้วยเนื้อว่านให้เป็นความรู้ ในแง่การสร้างงานศิลผ์ครับ