จำได้ว่า สมัยเรียนกับ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ท่านสอนวิชาแมลงหรือกีฏวิทยาหรือ Entomology

   ท่านต้องการจะสอนให้นิสิตเขียนบทความทางวิชาการ ที่อ่านแล้วไม่ค่อยเครียดเท่าไร เขียนแบบสนุกๆ ผมจำชื่อเรื่องได้เรื่องหนึ่งครับ. จะลองเขียนเรื่องแนวนั้นดูครับ ในสไตล์ของ beeman นะครับ เรื่องเดิมจำไม่ได้แล้ว

จิ๋วแต่เจ็บ

   ลองทายกันดูก่อนว่า "จิ๋วแต่เจ็บ" นี่จะเขียนถึงเรื่องอะไร....ผมคิดว่าคงทายไม่ถูกแน่ๆ เลยครับ

  หลายท่านสมัยเด็กๆ คงเคยมีประสบการณ์ กับเรื่อง "เหา" มาบ้างนะครับ..ไม่มากก็น้อย ถ้าตัวเองไม่ได้มีเหาขึ้นหัว ก็คงมีเพื่อนๆ ที่มีเหาขึ้นหัวกันบ้างหละ

   หรือบางท่านอาจจะเคยได้ยิน ภาษิตไทยว่า "อย่าหาเหาใส่หัว (ไม่มีเหา หาเหาใส่หัว. ไม่มีเรื่องหาเรื่องใส่ตัว)" ภาษาอังกฤษใช้คำว่า = Don't look for fleas* on others to get them on your own head.

   มีความหมายในทำนองว่า "คนเราอยู่ดีไม่ว่าดี ไปหาเรื่องทุกข์เรื่องเดือดร้อนมาใส่ตัว เช่น อยู่คนเดียวก็สบายแล้ว ดันไปขอลูกชาวบ้านเขามาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เลี้ยงดีก็ดีไป เลี้ยงไปดีไปก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเขา เขาก็จะมาว่าเราได้ หรืออาจจะต้องทุกข์ใจเพราะลูกบุญธรรมไปก่อคดี เราก็ต้องรับผิดชอบ..เป็นต้น (หมายเหตุ คำว่า flea นี้ภาษาไทยใช้คำว่า "หมัด" ครับ เป็นแมลงที่ไม่มีปีก มี ๖ ขา ส่วนมากชอบอาศัยในสุนัข สมัยก่อนความรู้เรื่องแมลงยังไม่ดี ฝรั่งจึงใช้คำผิดครับ)

   แต่เรื่องที่จะเขียนนี้ไม่ใช่เรื่องเหานะครับ..แต่เป็นญาติกัน ท่านทราบไหมว่าคือตัวอะไร

    มันคือ ตัว crab lice ครับ แปลตามตัวก็แปลว่า "เหาปู" ครับ

  • Crab แปลว่าปู
  • ส่วน lice เป็นคำพหูพจน์ของคำว่า louse มันก็คล้ายๆ กับคำว่า mouse กับ mice แหละครับ

           ไปดูรูปร่างของเจ้าตัวนี้กันเลยครับ

Crab Louse
ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Image:
Pthius_pubis_-_crab_louse.jpg

 

   เจ้านี่เหมือนปูไหมครับ นับขาดูมีอยู่ ๖ ขา ก็เป็นพวกแมลงนั่นแหละ พวกนี้บรรพบุรุษเคยมีปีกมาก่อน แต่ว่าไม่ได้ใช้ พอมาถึงพวกที่เกิดมาทีหลัง ก็เลยมีวิวัฒนาการให้ปีกหายไป กลายเป็นพวกไม่มีปีก

   พวกนี้บางทีเขาเรียกว่า Body louse คือ อยู่ตามร่างกายของคน ไม่ได้อยู่ที่ศีรษะ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากปลายขาของเขามีลักษณะเป็น Claw หรือเป็น "ตะขอเกี่ยว" ดังนั้น เขาจึงชอบอาศัยอยู่ในที่มีขน

   คราวนี้ร่างกายของคนเรา นอกจากที่ศีรษะ แล้วที่ไหนจะมีขนมากเล่าครับ...ขนนี้จะมีเมื่อคนเราเข้าสู่ระยะวัยรุ่น เรียกว่า "Secondary Growth" แตกหนุ่มแตกสาวนั่นแหละครับ...

   ถูกแล้วครับ...เจ้าตัวนี้มันจะอาศัยอยู่ตามขนบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ฝรั่งเขาเรียกขนพวกนี้ว่า "Pubic Hair"

   คำว่า Pubis ภาษาไทยใช้คำว่า "หัวหน่าว" จะแปลเป็นไทยอีกก็กลัวว่าจะไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่า ตรงไหนที่มีขนขยุกขยุยขึ้น ตรงนั้นเรียกว่า "หัวหน่าว" ก็แล้วกัน

   เขียนมาตั้งนาน ไอ้ตัว Crab louse หรือ Body louse มันมีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยด้วยครับ เราเรียกมันว่า "โลน",,, บางท่านอาจจะคุ้นๆ ชื่อมันแล้ว บางท่านอาจจะเคยมันกับมันมาแล้ว หมายความว่า อาจจะได้เกามันๆ กับมันคือตัวโลนมาแล้ว

  เจ้านี่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phthirus publis เผื่อว่าท่านจะได้ไปค้นหาเรื่องราวลึกๆ ของเจ้าตัวนี้ใน web

  โลน นี่มันเป็นตัว "จิ๋วแต่เจ็บ" ได้อย่างไร..ไปทราบเรื่องของมันก่อน

  • ตัวโลนนี้ มันติดต่อกันได้จากการสัมผัส นอนด้วยกัน (จะเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็ไม่ว่า) หรือการมีเพศสัมพันธ์กัน.. ระหว่างคนที่มีโลนกับไม่มีโลน
  • โลนเพศเมีย มีชีวิตอยู่ได้ ๑ วัน เมื่ออยู่ห่างจากคน แต่ถ้ามันได้กินเลือดคนแล้ว มันจะอายุยืนขึ้น และสามารถวางไข่ได้ครั้งละประมาณ ๔๐ ฟอง
  • เรื่อง "จิ๋วแต่เจ็บ" นี่อยู่ตรงขั้นตอนการดูดเลือดของมัน คือมันมีปากแบบแทงดูด (Piercing Sucking) คือ จะแทงส่วนของปาก (Mouth part) เข้าไปบริเวณเนื้อเยื่อแถวหัวหน่าว แล้วก็ดูดเลือด
  • ตอนแทงส่วนปากเข้าไป ก็ปล่อยส่วนของน้ำลายเข้าไปด้วย ทำให้เลือดไม่แข็งตัว..เจ้าน้ำลายที่ว่านี้...ก็ทำให้เราเกิดการแพ้ และเกิดผื่นแพ้ขึ้นมาบนผิวหนัง อย่างที่เรียกว่า irritating spots
  • ถึงตอนนี้ เรา (คนที่ถูกดูดเลือด) ก็จะเกิดอาการคัน และเกา เกาจนมัน เกิดอาการอักเสบที่ผิวหนังเพิ่มขึ้น...มันก็จะ "เจ็บๆ คัน" แถมมันด้วยอีกต่างหาก ส่วนนี้เราเรียกว่า "เจ็บ" ครับ
  • แต่ตัวโลนนี้ มันตัวเล็กมากครับ...เราจึงบอกว่ามันตัว "จิ๋ว" ก็ขนาดตัวมันยาวแค่ ๑-๓ มิลลิเมตรเท่านั้นเอง..ชีวิตตั้งแต่เป็นไข่ถึงตัวเต็มวัยก็ประมาณ ๒๐ วันครับ
  • นี่คือที่มาของชื่อเรื่อง "จิ๋วแต่เจ็บ" ครับ...

   อ่านเพิ่มเติม

BeeMan

นกเพนกวิน penguin 

BeeMan

PenGuin