การประชุมที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็สามารถปรับ หรือเสริมให้มีการนำการจัดการความรู้เข้ามาสอดแทรกได้อย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างไม่ยากเย็น (ชนิดที่ไม่มีใครรู้ตัว)

         วันนี้ ผมได้เข้าร่วมการประชุมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ของเกษตรอำเภอ ซึ่งได้ประชุมกันที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัด (ประชุมในช่วงสิ้นเดือนของทุกเดือน)

          ประเด็นที่จะขอนำมาบันทึกไว้ก็คือ ในวาระการประชุมช่วงท้ายๆ ในวาระของเรื่องเพื่อพิจารณา  ท่านเกษตรจังหวัดได้เพิ่มประเด็นการเล่าปัญหาอุปสรรค และการทำงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา  โดยกำหนดให้เกษตรอำเภอทุกอำเภอมานำเสนอ  เพื่อจะได้หาทางแก้ปัญหาในการทำงานร่วมกันในเวทีรวมในระดับจังหวัด

          จากการสังเกต 3 ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ พบว่าในวาระที่ให้เกษตรอำเภอแต่ละอำเภอได้พูดคุยกันนี้  ได้เปลี่ยนบรรยากาศของการประชุมที่เคร่งเครียด ประธานที่นั่งหัวโต๊ะจะเป็นคนพูดเสียเป็นส่วนมาก แต่บรรยากาศในปัจจุบันกลับเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม  สิ่งที่เห็นเช่น

  • ทุกคนได้มีโอกาสเล่าปัญหาและอุปสรรคในการทำงานในแต่ละพื้นทีของตนเอง รวมถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการแก้ไขไปบ้างแล้ว
  • หลายปัญหาพบว่ามีทางออกจากเพื่อนเกษตรอำเภอด้วยกันนั่นเอง แต่อยู่คนละพื้นที่
  • บางอำเภอนอกอาจไม่มองที่ปัญหา แต่มานำเสนอผลงานหรือของดีๆ ในพื้นที่ ที่อยากประชาสัมพันธ์มาเล่าสู่เพื่อนเกษตรอำเภอด้วยกันได้ฟัง
  • เกษตรอำเภอบางท่าน ก็มาประชาสัมพันธ์ขายก้อนเชื้อเห็ดพันธุ์ต่างๆ (ให้แก่กลุ่มเพาะเห็ดในอำเภอ)
  • เกษตรอำเภออีกอำเภอหนึ่ง  ก็มาแจ้งว่าพันธุ์ข้าวของกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนมีเหลืออยู่ 15 ตัน  อำเภอไหนที่มีเกษตรกรต้องการพันธุ์ข้าวสามารถติดต่อมาได้เลย
  • บางอำเภอก็นำเสนอสิ่งที่พบในการปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่เล่าในเชิงขอความคิดเห็นว่าทำถูกหรือไม่อย่างไร เป็นต้น

          การประชุมตามปกตินั้น  หากเราแบ่งเวลาและให้โอกาสโดยการปรับกระบวนการไปบ้าง ให้คนได้พูดคุยกัน เพื่อหาทางทำงานให้บรรลุผล หรือที่จะเรียกให้สวยหรูว่าให้ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน  การประชุมที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็สามารถปรับ  หรือเสริมให้มีการนำการจัดการความรู้เข้ามาสอดแทรกได้อย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างไม่ยากเย็น (ชนิดที่ไม่มีใครรู้ตัว)

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก