เมื่อเอ่ยถึงคำว่า Atlas ทุกท่านอาจนึกถึงตำราเล่มเล็ก ที่เคยผ่านมือทุกคนมาในสมัยมัธยม เพราะเป็นแผนที่คู่กายที่ต้องใช้เรียนวิชาสังคมศึกษา

แต่ท่านเก่งเกี่ยวกับภูมิศาสตร์อาจนึกไปถึงเทือกเขา Atlas ที่อยู่ในทวีปแอฟริกาเหนือ

ส่วนนักศึกษาแพทย์ที่กำลังคร่ำเคร่งอ่านตำรา หรือแพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุขบางท่านที่ยังจำสมัยเรียน Anatomy ได้ อาจจะนึกไปถึงกระดูกส่วนหนึ่งของไขสันหลัง

ไม่น่าแปลกครับ เพราะทุกสิ่งที่ท่านนึกได้มีความเกี่ยวโยงกับตำนานของเทพกรีกโบราณที่มีชื่อว่า Atlas

   Atlas เป็นเทพในตระกูลไททัน (ตระกูลแรกเริ่มของเทพในจักรวาล ตามตำนานกรีก) ต่อมา atlas ได้เป็นผู้นำการรัฐประหาร เอ้ย ไม่ใช่ครับ ก่อการโค่นล้มเทพสูงสุด หรือที่เรารู้จักกันในนามของ เซอุส (Zeus) แต่ทว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับไปลงโทษด้วยการให้แบกเอาสวรรค์ไว้บนศีรษะและบ่าพร้อมแขนทั้งสอง (คงจะหนักน่าดู)

   นี่เองที่เป็นที่มาของ  กระดูกไขสันหลังชิ้นแรกที่รองรับเอาหัวกระโหลกของเราไว้ มันจึงมีชื่อเรียกตามตำนานดังกล่าวว่า "กระดูก atlas" เพราะกระดูกชิ้นนี้ (รูปกระดูกไขสันหลัง ที่ชี้...A)ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะไว้ทั้งหมด เหมือนกับที่เทพ Atlas ต้องแบกเอาสวรรค์ไว้บนบ่าตลอดเวลา

                                               

   และตามตำนานกรีก เทพ Atlas เป็นเทพที่สอนให้มนุษย์รู้จักความรู้เกี่ยวกับดวงดาว ซึ่งเป็นเครื่องมือของชาวเรือในการเดินเรือ ของชาวนาในการคำนวณฤดูการในการเพาะปลูก ซึ่งความรู้ดังกล่าวเป็นที่มาของการทำแผนที่ จึงไม่แปลกที่ตำราแผนที่จะใช้คำว่า Atlas ตามท้าย เช่น แผนที่โลก (World Atlas)

 

    ต่อมาตามตำนานกรีก เรื่องการเดินทางของ เพอเซอุส(Perseus)  เมื่อเพอเซอุสพบกับ Atlas กลับพบอุปสรรคเนื่องจาก atlas ไม่ยอมให้ผ่านไป เพอเซอุส จึงต้องทำให้เค้ากลายเป็นหินด้วยศีรษะของ เมดูซ่า (เทพที่มีผมเป็นงู มีดวงตาที่มองดวงตาผู้ใดแล้วผู้นั้นจะกลายเป็นหิน) เมื่อ atlas กลายเป็นหิน ด้วยร่างกายอันใหญ่โต จึงกลายเป็นเทือกเขา atlas ที่อยู่ในประเทศลิเบีย

   เห็นมั้ยครับ ตำนานเทพกรีกโบราณ เป็นที่มาของชื่อเรียกมากมาย และน่าสนใจมากทีเดียว แล้วผมจะนำมาให้ได้อ่านกันอีกนะครับ หวังว่าคงมีท่านที่สนใจ แวะเข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

(ที่มาของภาพ google.com / Wikipedia.org/ theoi.com)