ความเกรงใจ ความรำคาญ กับความเคยชินในการติดต่อสื่อสารพูดคุย....

  การติดต่อสื่อสารบ่อยๆที่ทำให้แต่ละฝ่าย ได้รับความรู้สึก ความจริงใจ เติมเต็มมิตรภาพ ไม่ว่าจะติดต่อกันบ่อยขนาดไหน จะไม่เกิดความรู้สึกว่า รำคาญเลยแม้แต่น้อย  
ในสังคมที่ติดต่อสื่อสาร รู้จักมักคุ้นกัน จนเกิดความคุ้นเคยกัน มีหลายเรื่องที่จะต้องติดต่อพูดคุย สื่อสารกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งในบางจังหวะฝ่ายหนึ่งมักจะเกิดความรู้สึกว่า มันบ่อยเกินไปหรือเปล่านะ

ทุกคนจะมีขีดของความเกรงใจที่คอยเตือนไว้
อีกฝ่าย เขาจะรำคาญฉันไหมเนี่ย.....

ในสังคมปัจจุบัน ไม่มีใครหนีพ้นที่จะต้องปฏิสัมพันธ์ พบปะติดต่อกัน นอกจากจะปลีกวิเวกอยู่คนเดียวในที่ห่างไกลสังคม

บางคนติดต่อกับอีกฝ่ายบ่อยๆ แต่ไม่ยักรำคาญ

บางคน ติดต่อสื่อสารไม่กี่ครั้ง กลับรำคาญอย่างมาก


สิ่งหนึ่งที่น่าคิดคือ ตัวคุณเองเป็นคนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญหรือเปล่า


การติดต่อสื่อสารบ่อยๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์อันใด ทั้งในด้านผลงาน ด้านความรู้สึก ความจริงใจ มิตรภาพ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า เสียเวลา แบบนี้ รำคาญแน่นอน


การติดต่อสื่อสารบ่อยๆที่ทำให้แต่ละฝ่าย ได้รับความรู้สึก ความจริงใจ เติมเต็มมิตรภาพ ไม่ว่าจะติดต่อกันบ่อยขนาดไหน จะไม่เกิดความรู้สึกว่า รำคาญเลยแม้แต่น้อย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน keep in mind by bon

คำสำคัญ (Tags)#สังคม#มุมมอง#ชีวิต#วิธีคิด#เพื่อน#ระหว่างทาง#มิตรภาพ#ความเคยชิน#ความรำคาญ

หมายเลขบันทึก: 80041, เขียน: 22 Feb 2007 @ 11:43, แก้ไข, 28 May 2012 @ 11:04, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 28, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (28)

คุณบอน

ในบางเวลาที่หลงอยู่ในโลกของตัวเองมาก...ทำให้เกิดอาการรำคาญเกิดขึ้นเหมือนกัน..แต่..ถ้าแบบนี้ก็จะเอา...คำตอบ...แทนขี้เลื่อยในสมองซะแล้ว

อยู่กับตัวเองมากๆ ก็ย่อมรำคาญตัวเองได้ เพราะเจอตัวเองมาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงล้มตัวลงนอน

ยิ่งคุยกับตัวเองบ่อยๆ ก็ย่อมจะรำคาญได้
ขนาดคุยกับคนอื่น หลายคนยังรู้สึกรำคาญ

ความรำคาญ กับความไม่เอาเรื่องรกสมองมาใส่ใจ อยู่คนละฝั่ง เรื่องหลายเรื่องไม่น่าจะเก็บมาใส่ให้รกสมอง แต่หลายคนเลือกที่จะทำแบบนั้น


ทั้งๆที่ไม่รู้ทำไปทำไม

อาจารย์บอน

...ศิษย์ขอคารวะ...จะน้อมนำคำสอน...เป็นสติไว้เตือนตัวค่ะ

อะแห้ม...ขอคุยด้วยคนค่ะ

  • ไม่เคยรำคาญเลย...มีแต่...ดีใจ...เพราะตามปกติ  น้อยคนนักที่จะโทร.มาหาครูอ้อย
  • ต้องรักจริงๆ  เท่านั้นค่ะ

ใจน้อยปายด้าย

ครูอ้อย..ไม่ได้หมายถึงคุณบอนนี่นา...เท่าที่โทร.มาก็ดีใจแทบแย่.....

มาอีกแล้ว.....

เบื่อแล้วรูปนี้......

มีรูปใหม่แล้วค่ะ..

เปล่าเลยค่ะ..เห็นแค่ลำแขน..ก็รู้ว่า..เจ้าของลำแขนนั้น..น่ารัก
55555 กลายเป็นลำแขนไปไ้ด้ยังไงเนี่ย

มีทั้งลำแขนของคนที่กำลังจะตักอาหาร และแขนของคนใส่เสื้อสีฟ้าๆ  คงไม่ใช่ลำแขนของคนเสื้อฟ้านะครับ ที่ว่าน่ารักน่ะ 555555555

แต่คุณพ่อบ้านคงนั่งยัน นอนยันว่า น่ารักเสมอ

ครูอ้อย

ขอบคุณค่ะ สำหรับคำชม  ตอนนี้หนูนิดงานยุ่งมากเลย ยังไม่ได้ไปทักทายนะค่ะ แต่หนูนิดจะเขียนถึงครูอ้อยด้วยนะค่ะ

คุณบอน

นี่!  เป็นแขนหนูนิดเองจ๊ะ...อย่า..น่ารักก็คือน่ารักแหละ..แต่จริงๆ แล้วพ่อบ้านครูอ้อยก็น่ารักจริงๆ นะ Family Man มากกกก

แต่ครูอ้อยรู้แล้วว่า..พ่อบ้านน่ารัก...ที่สำคัญไปกว่านั้น...วันนั้น..คุณบอนก็...น่ารักค่ะ...เย้!...
เห็นลำแขนของหนูนิดแล้วนึกถึงข้าวขาหมูจริงๆ ท่าทางอร่้อย ราดน้ำจิ้มอีกนิด คงกำลังได้ที่...

ครูอ้อยไม่ต้องมาหวานมากนัก นายบอนเฉยชากับความหวานมานานแล้วนา
  • ไม่เห็นได้หวานเล้ย...คิดมาก
  • ก็พูดธรรมดาเท่านั้น..เฉยชา..เป็นด้วยหรือ..เห็น สับ....สับ....สับ..ประจำ

 คุณบอน

สงสัยจะยังไม่กินข้าวแน่เลย ตาฝาดมองเห็นแขนชาวบ้าน เป็นขาหมู เฮ้อ!...ก็โรคติดบล็อกเหมือนกันกับหนูนิดแหละ...รักษาสุขภาพหน่อยซิอาจารย์ เป็นอะไรไปแล้วศิษย์จะทำไงล่ะ...

ครูอ้อยขา...

คุณบอนเค้ากัดเก่งจน..ไม่น่ารักหรอก..น่าหยิกให้เนื้อเขียว

ถ้ามีโอกาสหยิก..ก็เผื่อครูอ้อยนะคะ

คุณบอนค่ะ

เรื่องนี้ ต้องบอกว่าเคยคิดอยู่เหมือนกันว่า เราจะไปทำให้คนอื่นรำคาญหรือไม่ บางครั้ง ในการทำงานก็ต้องติดต่อกับฝ่ายอื่น ๆ ส่วนมากแล้วถ้ามีปัญหาสงสัย ต้องขอรวบรวมเก็บไว้ แล้วถามทีเดียว แต่คุยนานหน่อย

จะว่าไปแล้วเกิดคำถามนิดนึงค่ะ ถ้า ถามน้อย แต่บ่อย กับ ถามมาก แต่ไม่บ่อย อันไหนจะน่ารำคาญต่อกัน

ถ้าจะให้หนูตอบ  มันก็แล้วแต่ผู้ถูกถามนะค่ะ เพราะความชอบและขีดข้อจำกัด ของคำว่ารำคาญของแต่ละคนก็ต่างกัน

คุณบอนมีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้างค่ะ

Mr.Direct
เขียนเมื่อ 22 Feb 2007 @ 20:14

บางครั้ง...เราก็ต้องปฏิเสธบ้าง

ถ้าเราเกรงใจแล้วมันทำให้เสียเวลาและก็เสียสุขภาพจิตด้วย ก็คงต้องเลือกที่จะปฏิเสธบ้าง...

แต่ยังงัยก็คงต้องดูที่ความเหมาะสมด้วย...

รักษาน้ำใจกันไว้แค่แต่พองามก็ดีเหมือนกันนะครับ...

สวัสดีครับ คุณมะปรางเปรี้ยว
ถามน้อย แต่บ่อย กับ ถามมาก แต่ไม่บ่อย
ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วย แต่เท่าที่พบเห็น หลายท่าน มีเวลาจำกัด ถามน้อยๆแต่กระชับ ดูจะดีกว่า ใช้เวลาในการถามนาน
เพราะเกิดความรู้สึกว่า คุณเข้ามาถามแป๊บเดียว จะตอบทันทีก้ได้

แต่ถ้าคุณมักจะถามมากๆ ใช้เวลาตอบนาน เมื่อเห็นคุณจะเข้าไปถาม อีกฝ่ายจะต้องดูว่า  จะมีเวลาคุย มีเวลาตอบหรือไม่
ยิ่งต้องรีบไปทำภาระกิจอื่น ก็จะต้องปฏิเสธคุณไว้ก่อน

แต่ก้อย่างที่คุณมะปรางว่านั่นแหละครับ
เพราะความชอบและขีดข้อจำกัด ของแต่ละคนด้วย

สวัสดีครับ Mr.Direct  


หลายท่านไม่ค่อยกล้าที่จะเอ่ยคำปฏิเสธ เพราะกลัวเสียมารยาท เสียน้ำใจ
จึงทำให้เสีย หลายๆอย่าง
แต่ถ้าใช้เวลาให้กระชับ ตอบคำถามให้เข้าประเด็น ไม่ต้องอารัมภบทยืดยาว
ก็คงจะดีเช่นกันครับ

"แต่ก้อย่างที่คุณมะปรางว่านั่นแหละครับ
เพราะความชอบและขีดข้อจำกัด ของแต่ละคนด้วย"

อันนี้มันเป็นความแตกต่างกันเพราะพื้นฐานของแต่ละคน <---แวะมาเสริมอีกนิดนึงค่ะ

แหม มีมาต่อเติมความเห็นให้เต็มอิ่มอีกรอบนะครับคุณมะปราง

แต่ถ้าเป็นคนที่คุณมะปรางชื่นชอบ ประทับใจแล้วมาสอบถามข้อสงสัยกับคุณแล้ว คงไม่มีข้อจำกัดกระมังครับ 555

คุณบอนค่ะ

มานึกแล้ว คนเราก็มีความลำเอียงกันอยู่บ้างค่ะ แต่ต้องบอกว่าใครถามอะไรมา ถ้าช่วยได้ก็ต้องช่วยกันไปค่ะ

ตอบข้อคิดเห็นในบันทึก มุมมองของความพอดี ให้แล้วนะค่ะ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 23 Feb 2007 @ 18:26
  • ผมคุ้นชินกับการถูกติดต่อสื่อสาร..หรือแม้แต่การถูกรุกถึงห้องนอนตอนดึกดื่นเพียงเพื่อมาปรึกษาเรื่องชีวิตของนิสิต
  • แต่ก็ไม่บ่อยนักที่ผมจะนำเรื่องชีวิตของตนเองไปสื่อสาร หารือกับคนอื่น...
  • เกรงใจ
  • มีความสุขในการให้คำปรึกษา มากกว่าการขอรับคำปรึกษา
พี่พนัสดูเหมือนจะมีความเป็นส่วนตัวอยู่เช่นกัน แม้จะเป็นบุคคลสาธารณะแต่ก้ไม่อยากให้ใครมารุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากนัก

 แม้ยามดึกดื่นจะถูกตามถึงห้องนอนเพื่อการหาคำตอบสำหรับปัญหาชีวิตของนิสิต แต่พี่พนัสก้ไม่เคยที่จะรุกไปหาคำตอบให้กับปัญหาชีวิตของตนเองถึงห้องพักของบุคคลใดๆ...

... เอ.. แล้วในตอนที่อยู่ในสมัย.... วัยเดียวกับนิสิต อยู่ในวัยแสวงหา ไม่เคยเลยหรือครับ ที่จะไปขอคำปรึกษาจากใครสักคน....???