เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 กพ 50) ผมได้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านเพื่อน ที่อยู่บ้านโคกนางาม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะที่กำลังทำกับข้าวและนั่งคุยกันตามปกติ ก็ได้ยินเสียงเอะอะ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ก็ไม่ได้ติดใจอะไรแต่เมื่อผ่านไปไม่นานเสียงก็เริ่มดังขึ้น ฟังและจับใจความได้ว่าไฟใหม้ ๆ และขอความช่วยเหลือ ผมก็ได้วิ่งไปดู ซึ่งตอนนี้ไฟก็ได้ลุกลามไปมากแล้ว สอบถามชาวบ้านแถวนั้น ก็ได้ความว่า ได้แจ้งไปที่ดับเพลิงแล้ว แต่ด้วยความตกใจของชาวบ้าน ยังไม่มีใครทำอะไรเลย พากันยืนดูไฟลุกเฉยๆ ผมได้รวบรวมสติว่าจะช่วยเหลือยังไง เพราะว่าตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อน จึงได้ตะโกนบอกเพื่อนบ้านที่ไกล้ๆ และยืนมุงดูนั้นให้ช่วยกัน ขนข้าวของออกจากบ้านไกล้เคียงก่อนที่จะไม่มีอะไรให้ขน เพราะแม้แต่เจ้าของบ้านเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน  ไฟที่กำลังโหมไหม้อย่างหนักพร้อมกับลมที่เสริมพัดเข้ามา ทำให้ไฟไม่มีทีท่าที่จะควบคุมได้ หลังคากระเบื้องระเบิดเป็นระยะๆ สายไฟฟ้าเริ่มไหม้และเกิดช๊อต จากนั้นก็ขาดตกลงมาที่พื้น โชคดีที่ไม่ถูกใครเข้า เมื่อมีคนไปตัดไฟแล้ว  ผมก็ได้ตะโกนอีกครั้งให้คนที่ยืนดู ช่วยกันหาน้ำมาช่วยดับไฟ ซึ่งบริเวณบ้านที่ถูกไฟไหม้นั้นก็มีโอ่งแดงใหญ่ที่ชาวบ้านใช้เก็บน้ำไว้ดื่มอยู่หลายใบ จึงช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันสาดหล่อเลี้ยงไม่ให้ไฟลุกลามมาบ้านข้างเคียง แต่ความร้อนบริเวณที่เข้าไปสาดน้ำนั้นสูงมาก หลังคาสังกะสีร้อนถึงกับเป็นไอ แต่พอกลับมานั่งคิดดูแล้ว ใจเรามันร้อนยิ่งกว่า และสับสนทำอะไรไม่ค่อยจะถูกคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือได้มากที่สุด แม้จะมีบางคนจะเอาเครื่องดับเพลิงขนาดเล็กที่ติดกับบ้านเรือนมาฉีดดับก็ไม่มีทางเป็นผลแต่อย่างใด ดังคำที่ว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

หลังจากที่ได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ไฟลามมาบ้านข้างเคียงได้ ประมาณ 30 นาที รถดับเพลิงก็มาถึงแต่บ้านที่ถูกไฟไหม้ก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว จากบ้านไม้สองชั้นที่ดูสวยงาม ตอนนี้เหลือเพียงซาก และเสาที่ชี้โด่ คิดทีไรก็ยังเสียวไม่หาย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังที่กล่าวมา ผมเกิดแนวคิดแว๊ปขึ้นมาในสมองว่าถ้าหากว่าถ้าแต่ละหมู่บ้านมีชุดดับเพลิงขนาดเล็กประจำหมู่บ่าน ที่สามารถจะเป็นม้าเร็วมาทำการดับไฟเบื้องต้นหรือหล่อเลี้ยงไฟไม่ให้ลุกลามก่อนที่รถดับเพลิงคันใหญ่จะมาถึงคงจะดีไม่น้อย คิดว่าคงจะไม่แพงจนเกินไป ถ้าเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นซึ่งไหม้ทีไรส่วนมากก็เห็นเหลือแต่เสาทุกที หรือถ้าหากว่าไม่ได้จริงๆ ผมคิดว่า เครื่องสูบน้ำธรรมดาที่มีไว้สำหรับสูบน้ำเข้านานี่แหละจะช่วยได้ เผอิญมานึกได้ตอนหลังจากที่ไฟไหม้ไปหมดแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ที่เขียนบันทึกฉบับนี้ก็เผื่อว่าคนอื่นอาจนำไปใช้ประโยชน์ได้ถ้าต้องอยู่ในเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างผม

วิธีการของผมที่ว่าคือ เรามีน้ำที่เก็บไว้ในโอ่งแดง ซึ่งมีเกือบทุกหลังคาเรือนอยู่แล้ว ต้องนำมาใช้ประโยชน์ จากนั้นก็หาเครื่องปั้มน้ำ หรือเครื่องสูบน้ำมาใช้ประโยชน์ ในการใช้งานเครื่องสูบน้ำครั้งนี้จะเป็นประโยชน์มาก เมื่อเราได้สูบน้ำจากโอ่งแล้วฉีดเข้าไปในบ้านที่ไฟไหม้ยังไม่ลุกลามมากนัก ให้เลี้ยงไฟไว้ไม่ให้ลุกลามต่อไป ถ้าได้ผลอาจจะสามารถดับไฟได้เป็นผลสำเร็จ เป็นฮีโร่ โดยที่รถดับเพลิงยังมาไม่ถึงก็เป็นได้.....