ได้นำเสนอเรื่องเอสเซลเชียลออยล์ไปแล้วในวันที่ 26 มค.2550 ได้กล่าวถึงประโยชน์ในการบำบัดของเอสเซนเชียลออยล์ แต่ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้าน เมื่อมีประโยชน์ก็ย่อมมีโทษเช่นกัน  สำหรับเอสเซนเชียลออยล์ ก็มีควรระวังในการนำไปใช้ ซึ่งจะนำเสนอเป็นเกร้ดความรู เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้

1.ห้ามนำมารับประทาน สอดใส่ช่องคลอด ปรือทวารหนัก 2.ไม่ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์บริสุทธิ์ 100% ทาผิวหนัง ควรมีมีการเจือจางเสียก่อน ยกเว้นได้ในบางกรณี เช่น แผลสดขนาดเล็ก ไฟไหม้ขนาดเล็ก หรือแมลงกัดต่อย สามารถใช้ลาเวนเดอร์หรือที-ทรีบริสุทธิ์ 100%ทาได้บางๆเพื่อบรรเทาอาการคันหรือแสบร้อน 2.ระวังไม่ให้เอสเซนเชียลออยล์เข้าตา เมื่อเข้าตาแล้วให้ล้างนำสะอาดทันที หากหลังจากล้างแล้ว 15 นาทีอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ 3.ควรใช้เอสเซลเชียลออยล์ในปริมาณที่เหมาะสม ภ้ามากเดินไปอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ปวดศีรษะ วิงเวียน ได้ 4.ไม่ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์กลิ่นเดียวกันติดต่อกันเกิน 2 เดือน และในหนึ่งสัปดาห์ควรมีการหยุดใช้เอสเซนเชียลออยล์อย่างน้อย 1 วัน 5.ไม่ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์ที่ไม่ทราบชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือไม่มีเอกสารเกี่ยวกับวิธีใช้และความปลอดภัย ควรมีการศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆก่อนใช้ให้ถี่ถ้วน 6.ผู้เป็นโรคหอบหืด ควรหลีกเลี่ยงการใช้โดยการสูดดมไอนำ 7.ควรทดสอบการใช้ก่อนในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย 8.เอสเซนเชียลออยล์จากผลไม้ตระกูลส้ม จะไวต่อแสงอัล-ตร้าไวโอเล็ต ทำให้ผิวไหม่แดดได้ง่าย เมื่อใช้แล้วจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด 9.ห้ามใช้เอสเซนเชียลออยล์กลิ่นต่อไปนี้ในผู้ที่เป็นลมบ้าหมูและโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้ คือ โรสแมรี เซจ ไทม์ ฮีสสอพ 10.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำให้หลีกเลี่ยงเอสเซนเชียลออยล์กลิ่นต่อไปนี้ คือ สวีทมาเจอร์รัม ลาเวนเดอร์ กระดังงา 11.สตรีมีครรภ์ห้ามใช้เอสเซนเชียลออยล์ต่อไปรี้ เปปเปอร์มินท์ และโรสแมรี และควรระวังในการใช้เอสเซนเชียลออยล์ในสตรีที่มีอายุครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน 12.ไม่ควรใช้เอสเซนเชียลออยล์กับแอลกอฮอล์หรือสารที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อช่วยในการระเหย และนี่ก็เป็นเกร็ดความรู้ในเรื่องของการใช้เอสเซนเชียลออยล์เพื่อการใช้ที่ได้ผลดีมีประสิทธิภาพจึงควรศึกษาในเรื่องเหล่านี้ให้ถ่องแท้เพื่อเป็นการบำบัดและผ่อนคลายอย่างมีความสุข