- เช็คความเรียบร้อย
เช็คความเรียบร้อยของงานที่ได้ทำเมื่อวานเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรผิดพลาดบ้างก่อนอีกครั้ง และเมื่อวานหลังจากส่งเมลล์ให้กับพี่หริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ เรื่องขอคอมพิวเตอร์แล้ว เลยตั้งใจว่าอยากเข้าไปที่สำนักงานด้วยเพราะไม่เคยไป ดูจากแผนที่ก็ไม่ห่างไกลมากเลยกับตำแหน่งที่เราอยู่ตอนนี้ที่ราชเทวี เราเองก็ไม่รู้ว่ารถเมล์สายใดผ่านบ้าง ตัดใจเรียกรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ในราคา 40 บาท คิดว่าลงทุนดีกว่าเสียเวลารอรถเมลล์อีก มุ่งหน้าไปที่ซอยศรอยุธยา 12 <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">มูลนิธิกระจกเงา สำนักงานกรุงเทพฯ</li></ul><p>เมื่อถึงอาคารเลิศปัญญา ดูจากสถานที่แล้วค่อนข้างอลังการณ์พอสมควร ขึ้นลิฟท์ จุดหมายไปยังชั้นที่ 9 มองหาห้อง 907 เห็นประตูกระจกใส ติดป้ายมูลนิธิกระจกเงา เรามาถึงแล้ว .... เปิดประตูเข้าไปเจอพี่ๆน้องๆกำลังขมักเขม้นประชุมเช้ากันอยู่พอดี การประชุมเช้าเป็นวัฒนธรรมขององค์กรมูลนิธิกระจกเงา บรรยากาศแตกต่างกันพอควรระหว่างที่เราเองเคยสัมผัสที่ สนง.เชียงราย และ สนง.พังงา </p><p>ระหว่างการประชุมเช้า พี่หริ่งทักเราว่า ได้รับเมล์แล้วก็มาพอดีเร็วจัง แถมยังบอกว่ายังไม่ได้ให้นะเนี่ย แต่ได้ส่งเรื่องไปยัง อ๋อย ที่ สนง.พังงาให้จัดการต่ออีกทีแล้ว …และพี่ๆเขาก็ขะมักขะเม้นอย่างมีระเบียบในการประชุมเช้าต่อไป เมื่อเห็นบรรยากาศแบบนี้ก็ให้ย้อนกลับเมื่อครั้งที่เราได้เคยสัมผัสการทำงานกับมูลนิธิกระจกเงา ...... แต่ก็ยังเห็นพี่หริ่งดูขมักขเม้นเอาจริงเอาจังได้ตอลดทุกวินาทีซิ ทำให้เราก็พลอยรู้สึกกระปี่กระเป่าไปด้วยในชั่วขณะหนึ่งทีเดียว </p><p>โชคดี....ที่เจอพี่หริ่งด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะได้พบนะเนี่ย และก็ได้มีโอกาสคุยกับพี่หริ่งๆบอกกับเราว่า มีเวลาให้เรา 5 นาที จึงได้โอกาสเกริ่นเพื่อขอคำแนะนำในเรื่องการขอให้ทางมูลนิธิเป็นร่มชูชีพให้กับโครงการฯในการทำงานของเรา โดยพี่หริ่งบอกว่า “เธอต้องชัดนะ จะทำอะไร และเห็นด้วยกับสิ่งที่คิด ” โดยที่เราต้องเขียนงานมาเสนอ </p><p>1. เนื้อหาโครงการทั้งหมด เป็นมาอย่างไร ทำไมถึงทำ และสามารถเขียนอ้างถึงความสัมพันธ์ที่ได้สัมผัสกับมูลนิธิมาก่อนได้ </p><p>2. ทำไมถึงต้องการที่จะอยู่ภายใต้ร่มของมูลนิธิ อธิบายให้ชัด</p><p>3. มีเงื่อนไขใดบ้างที่ต้องการให้มูลนิธิช่วยเหลือ -------- ประมาณนี้ และให้ส่งคุยกันผ่าทางเมลล์อีกที จะใช้เวลาหน่อยเพราะ ต้องคุยผ่านกรรมการในมูลนิธิหลายท่าน รับทราบแต่โดยดี </p><ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
พบคุณเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์</li></ul><p>ได้โอกาสมา สำนักงานแล้วก็ขอเจอตัวจริงเพื่อที่จะบอกเรื่องเครส ของ น้องบารมี จันทร์อุปถัมภ์ ที่ก่อนหน้านั้นได้หายตัวไปกว่า 3 ปี และปรึกษากรณีถ้าเจอเครสลักษณนี้ต้องทำการติดตามอย่างไรบ้าง ....... </p><p>ระหว่างนั้นก็ได้แวะชมสำนักงาน ได้ทักทายพี่ๆน้องหลายท่านเลย ....... ได้พบพี่ๆที่เคยอยู่ตอน สนง.พังงาด้วย สังเกตุได้ว่าทุกคนทำงาน ทำงาน เลยขอปลีกตัวกลับก่อน เพื่อที่จะเดินทางไปหาคุณแม่ที่ไม่ได้เจอกันกว่า 2 ปีแล้ว </p><ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">คุณแม่สมจิตร โชคพิพัฒน์พร</li></ul><p>ตื่นเต้นนิดๆ ที่จะได้เจอเพราะห่างไปนาน เราต้องมาพบกับม่าม้าที่ในที่ทำงานใหม่ ซึ่งเราไม่คุ้นเคย แถวๆสาทร หลังจากกิจการที่เคยทำกับทางเครือญาตได้ปิดกิจการลง เป็นครั้งแรกที่ได้พบม่าม้า ............. “ ม่าม้าดูไม่เปลี่ยนไปเลย เมื่อเห็นเพียงชั่วขณะ หลังจากได้สนทนากันสักครู่จึงได้สังเกตุว่า ม่าม้ามีกระขึ้นตามผิวหนังมากขึ้น “ แม่เราแก่แล้วนะเนี่ย ..............</p><p>คุณสมจิตร ได้ทำงานใหม่ในงานเป็นล่ามแปลภาษาจีนให้กับ บริษัทหนึ่งที่ทำการค้าขายเกี่ยวกับกล้วยไม้ให้กับประเทศจีนโดยคนจีนเป็นเจ้าของ “ เก่งจังแม่เรา </p><p>การสนทนากับม่าม้าเป็นไปอย่างราบเรียบ และก็ได้เจอคำถามต่างๆที่เราเองก็พยายามอธิบาย ให้เข้าใจว่าการทำงานของเราไม่ได้แสวงหากำไรเพื่อผลประโยชน์ตัวเองนะ ทำเพื่อคนอื่นนะ ได้ทำมากว่า 10 ปีแล้วจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว พยามอธิบายแต่ก็ลงท้ายด้วยให้ม่าม้าลองอ่านงานที่เราทำสักนิด แต่ม่าม้าก็แค่เปิดเพียงผ่านๆ และก็ตอกย้ำว่าแล้วจะอยู่กินอย่างไร เงินทองจะเอาที่ไหนใช้ ..........และแล้วม่าม้าก็ควักตังค์ในกระเป๋ายื่นให้เรา 2 พัน ก็ถามนะว่าม่าม้ามีพอใช้เหรอเอาตังค์ให้นุชนะ ก็ได้คำตอบว่าก็มีนะถึงให้</p><p>และก็สนทนากันต่อเกี่ยวกับเรื่องญาติพี่ๆน้องๆ ม่าม้าบอกย้ำว่าให้ไปหาป่าป๋าบ้างสิ (เป็นลุงที่เลี้ยงเรามาตอนเด็กๆนะ และเราเรียกปะป๋า) เราก็ถามไปว่าปะป๋าอยากเจอเราทำไมเหรอ บอกตรงๆกับม่าม้าว่า อาย.... 10 ปีแล้วที่ไม่ได้เจอเลยจะเข้าไปหาก็เกร็งๆ และแล้วก็ตอบตกลงว่าหลังจากงานวันที่ 23 แล้วจะเข้าไปพบแน่นอน</p><p>ม่าม้าบอกว่า วันที่ 26 นี้จะเดินทางกลับบ้านที่อินโดเนเซีย เพื่อไปเยี่ยมอาม่า 1 อาทิตย์ สนทนากันต่อถึงเรื่องราวในวัยเยาว์ ม่าม้าบอกว่า จำอะไรได้น้อยจังเคยพาไปแล้วตั้ง 2 ครั้งเมื่อตอนเด็กๆ รู้งี้ไม่พาไปให้เสียตังค์ค่าเครื่องบินก็ดีหรอก ฮ่า........ </p><p>การสนทนาดำเนินไปอย่างราบเรียบจริงๆในครั้งนี้ เวลาก็ผ่านเลยไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้วจึงขอปลีกตัวกลับก่อน เมื่อเห็นว่าม่าม้ายุ่งกับงานคุยทางโทรศัพท์ ................. บรรยายความรู้สึกออกมาไม่ออกว่า รู้สึกตึกๆ ตันๆ ปนความเว้งว้างอยู่พอสมควร </p><div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 1pt solid">แวปหนึ่งรู้สึกอยากจะโอปกอด ก่อนจากไป แต่ก็ได้แต่แตะบ่าม่าม้าเท่านั้น ...................</div><p></p><ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: blue; tab-stops: list 36.0pt">พี่ตุ๊ก สุดารัตน์ - ตักเตือนรุจิราพร เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการทำงาน</li></ul>
· โทรหาเรา กรณีเรื่อง พี่อับดลต่อเล็บ อาจหาญ ไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องเรือ ที่เราได้บันทึกลง Gotoknow เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2549 ณ จ.ระนอง ในช่วงที่เราได้ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง ของกรณีศึกษาครั้งที่ 2 ในโครงการวิจัยเพื่อสำรวจสถานการณ์ด้านการจดทะเบียนการเกิด และปัญหาสถานะบุคคลในพื้นที่สึนามิ
ติดตามอ่านบันทึกสถานการณ์ข้อเท็จจริงได้ที่ http://gotoknow.org/blog/nuch-tsunami/41572
· พี่ตุ๊กสอนและเตือนว่า เรื่องลักษณะนี้ เหตุใดจึงไม่มีการสื่อสาร เพื่อให้ได้เกิดการช่วยเหลืออย่างจริงจัง และต่อเนื่อง และเน้นให้เราบันทึกเหตุการณ์ และอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสื่อสารให้กับกลุ่มคนที่มีกำลังในการช่วยเหลือได้ต่อไป โดยต้องมีข้อเท็จจริงปัจจุบันว่า พี่อับดลต่อเล็บ หรือบุคคลอื่นๆลักษณะเดียวกับพี่เขานั้น ปัจจุบันยังต้องการความช่วยเหลือหรือไม่อย่างไร และที่ผ่านมานุชได้ติดต่อใครไปแล้วบ้างความคืบหน้าในเหตุการณ์นั้นๆเป็นอย่างไร และสอนเราว่าการทำงานข้อมูลนั้นต้องมีความรอบคอบ เมื่อเวลาใครถามเราต้องทราบ ถ้ายังไม่มีการปรับปรุงในการทำงานของนุชเอง ก็จะเป็นการทำงานที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้ไม่มีใครเชื่อถือเราได้
- จริงๆแล้ว หลังจากที่ได้รับเสียงสะท้อนของพี่อับดลต่อเล็บในวันนั้น ก็ได้ติดต่อไปยังองค์กรที่เขาช่วยเหลือด้านเรืออยู่ แต่ที่ได้ประสานในช่วงนั้นส่วนใหญ่เขาแจงว่าปิดโครงการไปแล้ว การประสานงานเลยหยุดชะงักลง ไป และสิ่งที่พี่ตีกสอนวันนี้ เป็นเรื่องที่นุชต้องนำไปพัฒนา เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการทำงานต่อไป
---------------------------
</span>