อ่าน "กรุงเทพวันอาทิตย์" จบ ก็อยากมาเล่าให้เพื่อนชาวบำราศฯ ฟังเช่นเดิม

                 บทความของ คุณอนาโตมี ประทับใจผมทุกครั้ง วันนี้หลังจากที่ผมอ่านบทความจบแล้วรู้สึกภูมิใจ และเกิดความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้น จึงปรารถนาอยากมอบความรู้สึกที่ผมได้รับจากบทความนี้ให้กับทุกท่านครับ

                  ถ้าเป็น "นักร้อง" แล้วร้องเพลงไม่เพราะ แถมบางคนยังโกรธอีกเมื่อมีคนมาตะโกนว่า "ให้ไปชกมวยดีกว่า" ถ้าเป็น "ผู้กำกับหนัง" แต่ทำหนังออกมากี่เรื่องก็กลายเป็น "ผีปอบหลอกกินตับ" สางสายหนังต่างจังหวัดให้ชาวบ้านดู

                 ถ้าเป็น "ครูสอนภาษาอังกฤษ" แต่ปรากฎว่านักเรียนเกือบครึ่งห้องพูดภาอังกฤษไม่ได้ เพราะ "ครูสอนแต่แกรมม่าให้นักเรียนท่องจำ"

                 ถ้าเป็น "ช่างทำผม" พอทำผมลูกค้าออกมาไม่สวย "ผมของน้องเส้นใหญ่ และยังแข็งอีกต่างหาก ทรงผมเลยไม่เหมือนในรูป" เราได้ยินประโยคแบบนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะร้านทำผมแถวปากซอย

                ถ้าเป็น "พนักงานขับรถเมล์" ขับทีไร เร็วจนขนหัวลุก แถมจอดแถมป้ายตลอด เวลาผู้โดยสารขึ้นลงรถ พูดเป็นอยู่คำเดียว "เร็วด้วย"

                ถ้าเป็น "พนักงานขายเสื้อผ้า" ลูกค้าเข้าร้านแต่ละที เดินตามติด "เหมือนแม่ตามลูก" หยิบอะไรออกมาดู พอวางเข้าที่ เธอจัดใหม่ทันที

               ความหลากหลายพฤติกรรมของคนหลายๆ อาชีพ ที่ทำจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่มองให้ชัดๆ อีกที พวกเขาคือกลุ่มคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะ "คิดว่าทำงานให้ได้เงิน...ก็เท่านั้น(คาดว่าชาวบำราศคงไม่คิดแบบนี้กันนะครับ)

              งานจึงไม่ขยายขอบเขต หรือมีการพัฒนาตนเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และที่แน่ๆ..ไม่มีความสุข" ถ้ามองเห็นความสำคัญของสิ่งที่ทำ มีทัศนคติที่เป็นบวกทุกอย่างจะออกมาดีโดยธรรมชาติ คนอื่นจะเคารพและให้เกียรติ

              ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกคนเป็นส่วนเล็กๆ ขององค์กร สังคม ประเทศ การกระทำของคนหนึ่งคน จะส่งผลสะท้อนต่อๆ กันไป คนที่ทำอะไรดีๆ จะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับอีกคนอื่นๆ "ถ้าเรามองเห็นความสำคัญของสิ่งที่ทำ เราจะเป็นคนสำคัญที่คนอื่นมองเห็นทันที"